
อร่อยร้อยลิ้น ปี 2 ตอนที่ 2
ตั้งแต่ผมเขียนต้นฉบับมาร่วม 5 ปี ไม่เคยเขียนถึง จ.โอกินาวะ เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ตั้งแต่ผมเขียนต้นฉบับมาร่วม 5 ปี ไม่เคยเขียนถึง จ.โอกินาวะ เลยแม้แต่ครั้งเดียว คิดๆ ไปก็น่าน้อยใจแทน แต่ลึกๆ แล้วในใจผมรู้สึกว่าในบรรดา 47 จังหวัดของญี่ปุ่นนั้น โอกินาวะดูจะห่างเหินจากความเป็นญี่ปุ่นมากที่สุดโดยเฉพาะเมื่อเทียบเคียงกับฮอกไกโดยิ่งเห็นได้ชัด เหตุผลหลักๆ ข้อแรกน่าจะมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงของอาณาจักรริวกิว ซึ่งฝังรากลึกในโอกินาวะมานานก่อนที่จะถูกผนวกเข้าเป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่นสมัยปฏิรูปเมจิ ในขณะที่วัฒนธรรมไอนุในฮอกไกโดถึงแม้จะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แต่เนื่องจากมีพื้นที่ที่กว้างใหญ่กินพื้นที่ถึง 20% ของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน จึงทำให้ชนเผ่าไอนุกระจัดกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของเกาะฮอกไกโด ไม่ได้รวมศูนย์เป็นอาณาจักรเหมือนริวกิว เมื่อญี่ปุ่นเข้ามาครอบครองเกาะฮอกไกโดจึงทำให้วัฒนธรรมที่แข็งแรงกว่าสามารถหลอมรวมวัฒนธรรมที่อ่อนกว่าได้อย่างกลมกลืน ประการที่ 2 คือ ระยะทางจาก จ.คาโกชิมะ ปลายเกาะคิวชูซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่นมายังเกาะโอกินาวะพอๆ กันกับจากเกาะไต้หวันและเมืองท่าหนิงปอของประเทศจีน ดังนั้น การติดต่อสื่อสารจากรัฐบาลเอโดะของญี่ปุ่นในอดีตจึงยิ่งห่างไกลจากโอกินาวะ ในขณะที่อาณาจักรริวกิวมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับจีนมากกว่า จึงรับวัฒนธรรมของจีนมานานจนหลอมรวมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนที่แข็งแรง แม้จะถูกผนวกเป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่นแล้วแต่เอกลักษณ์ของอาณาจักรริวกิวก็ยังคงมีให้เห็นอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยส่วนตัวเวลาไปโอกินาวะผมจะรู้สึกเหมือนว่าอยู่ในเมืองจีนที่มีคนญี่ปุ่นมาตั้งรกรากนานแล้วอะไรประมาณนี้ อีกทั้งทรัพยากรทางการท่องเที่ยวหลักๆ ของโอกินาวะก็ใกล้เคียงกับบางส่วนของไทยเรา คือ ทะเลสวยและชายหาดขาว ก็เลยกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน และนี่เลยเป็นเหตุผลที่ผมอยากไปโอกินาวะเพื่อไปดูว่าคนญี่ปุ่นทำไมถึงชอบไปกันจัง โดยเฉพาะหนุ่มๆ สาวๆ แล้วผมก็ได้คำตอบว่า โอกินาวะคือต่างประเทศที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง เสน่ห์ของโอกินาวะคือวัฒนธรรมที่แข็งแรงของริวกิวบวกกับความเป็นตะวันตกอันสืบเนื่องมาจากการตั้งฐานทัพของอเมริกัน เลยกลายมาเป็นความน่าสนใจที่หาไม่ได้ในจังหวัดอื่นๆ นอกจากที่ โอกินาวะ เท่านั้น
นอกจากสถานที่เที่ยวแล้ว อาหารโอกินาวะก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นไม่พลาดที่จะลอง เหมือนกับเวลาเราชาวไทยไปเชียงใหม่ก็ต้องไปลองทานข้าวซอยหรือขนมจีนน้ำเงี้ยว ที่โอกินาวะก็มีเมนูเด่นๆ อย่างเช่น Okinawa Soba หรือ Goya Chanpuru โดยเฉพาะอย่างหลังนี่ถือว่าเป็นตัวแทนอาหารโอกินาวะเลยก็ว่าได้ เพราะเดินไปที่ไหนในโอกินาวะ ก็มักจะเห็นร้านอาหารที่มี Goya Chanpuru ขายอยู่เสมอ แต่พอดีว่าเมนูนี้มันเหมือนอาหารจีนไปหน่อยเพราะหน้าตามันคือมะระผัดไข่ใส่เต้าหู้นั่นเอง ทานได้มื้อสองมื้อก็เริ่มอยากหาอย่างอื่นทานแล้ว จำได้ว่าที่โอกินาวะนี้ก็มีเนื้อวัวดีๆ อยู่เหมือนกัน เลยลองถามผู้รู้จากการท่องเที่ยวของโอกินาวะ ได้ความว่ามีร้านเทปปังอยู่ร้านนึงที่เสริฟเนื้อโอกินาวะและมีชื่อเสียงมากด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากร้านอื่น ผมก็เลยต้องไปลองให้รู้ว่ามันต่างกันตรงไหน ใครๆ เขาถึงร่ำลือกันนัก
ร้าน Heki คือร้านเทปปังยากิที่ดีที่สุดของ Naha เมืองหลักของจังหวัดโอกินาวะเลยก็ว่าได้ แค่บรรยากาศของร้านก็แตกต่างจากร้านอื่นๆ ที่มุ่งเน้นปริมาณแต่ที่ร้านนี้จะเน้นที่คุณภาพของการให้บริการที่ดูดีมีระดับ และที่สำคัญคือร้านนี้มีแต่สุภาพสตรีครับ ตั้งแต่หน้าร้านยันหลังครัวผู้หญิงล้วนๆ ไม่มีผู้ชายเลยนอกจากลูกค้าเท่านั้น นี่แหละครับความต่าง แต่ถ้าลำพังร้านที่มีแต่ผู้หญิงล้วนคงไม่พอที่จะทำให้ร้านนี้มีชื่อเสียง แต่ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและความพิถีพิถันในการปรุงนั้นไม่ด้อยไปกว่าร้านเทปปังยากิดังๆ หลายร้านที่ผมเคยไปทานมาเลย เมนูของร้านนี้มีให้เลือกทั้งเนื้อวัวออสเตรเลียและเนื้อวัวโอกินาวะ แน่นอนว่าผมเลือกชิมเนื้อท้องถิ่นอยู่แล้ว ผมเลือกคอร์ส Prime Kuro Wagyu beef sirloin steak ที่เสริฟคู่กับกุ้งลายเสือจากเกาะคุเมะ เริ่มด้วยออร์เดิร์ฟ สลัดผักและซุป ซึ่งยังไม่มีอะไรโดดเด่นนัก แต่อาหารย่างจานแรกที่มีมันโอกินาวะสีม่วงสดนี่สิครับอร่อยมาก เชฟผู้หญิงที่มาปรุงให้ผมทานก็ค่อยๆ ทำ ไม่โฉ่งฉ่างเร่งรีบเหมือนบางร้านที่เน้นปริมาณ ค่อยๆ ดูเขาทำ ค่อยๆ ทานทีละคำ เป็นการทานอาหารที่ผ่อนคลายมาก อาหารย่างชุดแรกที่เน้นผักท้องถิ่นผ่านไป ก็ถึงรอบของกุ้งลายเสือ ดูเชฟเขาแยกเปลือกกุ้งออกจากตัวก็สนุกแล้ว ผมไม่ได้ลามกนะครับ แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนถอดเสื้อผ้าออกจากตัวกุ้งเลย เพราะเชฟเขาค่อยๆ เลาะจนเนื้อหลุดออกจากเปลือกโดยไม่มีส่วนฉีกขาด สุดยอดมากครับ ส่วนหัวก็ใช้แผ่นเหล็กทับจนแบนแล้วย่างจนหอมกรอบ อร่อยมากเช่นกัน ตัดเบรกด้วยเต้าหู้เนื้อแน่นย่างกำลังหอม ต่อด้วยกระเทียมย่างเนยที่ทั้งหอมและกรอบ แล้วก็มาถึงจานหลัก เนื้อสันนอกที่มีไขมันแทรกอยู่ทุกอณู ค่อยๆ ย่างจนสุกนอกฉ่ำใน เห็นแล้วอดไม่ไหวครับ นุ่มมากๆ แต่ยังไม่ถึงกับละลายในปาก ผมไม่ค่อยชอบแบบนั้นเพราะเคี้ยวไม่มัน การทานเนื้อให้อร่อยต้องค่อยๆ เคี้ยว รับรสชาติของเนื้อกับเครื่องปรุงรสชนิดต่างๆ เช่น เกลือ โชยุ วาซาบิ หรือบ๊วย ทำให้แต่ละคำได้อรรถรสที่แตกต่างกัน ร้านนี้เขายังเสิร์ฟขนมปังก้อนเล็กๆ จิ้มน้ำมันมะกอกที่ทานคู่กับเนื้อได้อย่างกลมกลืนอีกด้วย เบรกด้วยอาหารประจำจังหวัด มะระผัดไข่กับเนื้อชิ้นเล็กๆ อิ่มแค่ไหนก็ต้องไม่พลาด ทานแล้วลืมของเจ้าอื่นไปเลย แล้วต่อด้วยเนื้อส่วนที่เหลืออีกครึ่งชิ้น อิ่มอร่อยมีความสุขกับการทานควบคู่ไปกับการปรุงที่ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้มื้อนี้ผมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง แต่เป็น 2 ชั่วโมงที่เพลิดเพลินคุ้มกับราคา 9,800 เยนมาก
ใครมาเที่ยวโอกินาวะ ไม่ว่าจะไปหาดไหนแต่คืนสุดท้ายก็มักจะต้องมาช็อปปิ้งส่งท้ายและนอนที่เมืองนาฮา และถ้าอยากมาทานเนื้อดีๆ ลองมาที่ร้าน Heki ครับ รับประกันความอร่อย ร้านนี้ตั้งอยู่บนหัวมุมสามแยกถนน Kokusai ถนนช็อปปิ้งสายหลักของนาฮากับถนน Sakurazaka Naka Dori อยู่ติดกับร้าน Calbee ตรงข้ามร้านแมคโดนัลด์ เยื้องๆ ห้าง Mitsukoshi และไม่ไกลจากร้าน Donki รับรองว่าถ้ามาถึงถนน Kokusai แล้วหาเจอแน่นอนครับ







