
ฟ้าใหม่ของอังกฤษ ภายใต้การนำของผู้นำหัวคิดทันสมัย
โพสต์ทูเดย์
— เดวิด คาเมรอน ขึ้นรั้งตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของอังกฤษ ควงแขน นิก เคล็ก ตั้งพรรคร่วมสำนักข่าวเอพีรายงานว่า สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งเดวิด คาเมรอน ผู้นำพรรคอนุรักษนิยม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษแล้ว หลังจากที่มีการขับเคี่ยวในการพยายามจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคอนุรักษนิยมของคาเมรอน และพรรคแรงงาน ของกอร์ดอน บราวน์ มาตลอด 5 วันหลังการเลือกตั้งของอังกฤษเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ คาเมรอนจับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคเสรีประชาธิปไตยของนิก เคล็ก ผู้นำคนใหม่ของอังกฤษ ซึ่งทำให้คาเมรอนสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนายกฯ ที่หนุ่มที่สุดในรอบเกือบ 200 ปี ด้วยวัยเพียง 43 ปีเท่านั้น
คาเมรอนเป็นอีกหนึ่งคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ได้รับการยอมรับ หลังจากประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งเป็นมาด้วยภาพลักษณ์ของคนหนุ่มรุ่นใหม่เช่นกันได้สร้างการยอมรับถล่มทลายในสหรัฐมาแล้ว
“
นิก เคล็ก และผมต่างเป็นผู้นำทางการเมืองที่ต้องวางเรื่องความแตกต่างของพรรคลง และทำงานอย่างหนักเพื่อสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ” คาเมรอน กล่าวการแต่งตั้งและความสำเร็จในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลของอังกฤษเกิดขึ้นหลังจากที่บราวน์อดีตผู้นำอังกฤษ ซึ่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง โดยมีคะแนนมาเป็นอันดับที่ 2 ประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแรงงาน
นอกจากนี้ การเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลอังกฤษครั้งนี้ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับการเมืองอังกฤษอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนมือพรรคการเมืองที่ครองอำนาจบริหารประเทศในรอบ 13 ปี จากพรรคแรงงานมาเป็นพรรคอนุรักษนิยม
อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลอังกฤษต้องมาอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลผสม หลังจากที่อังกฤษมีการปกครองโดยรัฐบาลพรรคเดียวมาเป็นเวลากว่า 70 ปี
หลังจากที่คาเมรอนเข้าพบสมเด็จพระราชินีนาถของอังกฤษ ก็ได้ควงซาแมนธา ภริยาวัย 39 ปี ที่กำลังตั้งครรภ์ ลูกคนที่ 4 ร่วมแถลงข่าวที่หน้าบ้านหมายเลข 10 ถนนดาวนิงสตรีต ที่ทำงานของนายกฯ ทันที
พร้อมกันนี้ ผู้นำแห่งมิตรประเทศต่างก็โทรศัพท์มาแสดงความยินดี
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ต่อสายตรงแสดงความยินดีคาเมรอนพร้อมเชิญให้เดินทางเยือนสหรัฐในเดือน ก.ค. อีกทั้งยังระบุว่า จะตั้งตารอที่จะพบกับผู้นำคนใหม่นี้ในการประชุม G8 และ G20 ในเดือนหน้านี้
เจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า โอบามากล่าวกับคาเมรอนว่า สหรัฐไม่มีเพื่อนและพันธมิตรที่ใกล้ชิดและแน่นเฟ้นไปกว่าอังกฤษ และจะยังคงรักษาความสัมพันธ์อันพิเศษและลึกซึ้งระหว่างสองประเทศต่อไป
เช่นเดียวกับผู้นำของฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรเลีย
ด้านรายงานของเอพีระบุว่า นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลใหม่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์กับมิตรประเทศเปลี่ยนแปลงไปได้
ทั้งคาเมรอนและเคล็กได้ส่งสัญญาณว่าความสัมพันธ์ของรัฐบาลลอนดอน และรัฐบาลวอชิงตันอาจจะผ่อนลงไป ไม่เหมือนกับช่วงที่ผู้นำคนก่อนหน้านี้ ทั้งโทนี แบลร์ และบราวน์
ส่วนความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ในยุโรป ก็อาจจะเป็นเรื่องที่สร้างปัญหาให้กับรัฐบาลพรรคร่วม
ก่อนหน้านี้ พรรคอนุรักษนิยมของคาเมรอน กับความร่วมมือในยุโรป และเคยถอดถอนจากการเป็นพันธมิตร กับพรรคของแองเกลา แมร์เกิล ผู้นำของเยอรมัน และพรรคของนิโกลาส์ ซาร์โกซี ผู้นำของฝรั่งเศส ในขณะที่เคล็กมีความสัมพันธ์ และมั่นคงในความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในยุโรปมายาวนาน
ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลและตำแหน่งต่างๆ ปรากฏว่า นิก เคล็ก ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย จะได้ขึ้นรั้งตำแหน่งรองนายกฯ พร้อมด้วยสมาชิกพรรคอีก 4 คน จะมีชื่ออยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ด้วย
รัฐบาลใหม่ของอังกฤษจะต้องจัดการจับเรื่องของการตัดตัวเลขการขาดดุล รวมทั้งเรื่องของสงครามและกองทัพในอัฟกานิสถาน
ด้านโรบิน พิตติตต์ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน ลอนดอน กล่าวว่า 23 เดือนแรกจะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยากลำบากสำหรับรัฐบาลผสม ถ้ารัฐบาลชุดนี้สามารถผ่านช่วง 6 เดือนแรกไปได้ และสามารถสร้างความเชื่อใจระหว่างผู้นำได้ ความร่วมมือของพรรคร่วมก็จะเป็นความร่วมมือที่แข็งแกร่ง







