
ยูเครนระอุส่อสงคราม
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ยังคงเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในยูเครน
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ยังคงเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในยูเครน ซึ่งยืดเยื้อและทวีความตึงเครียดจนหลายฝ่ายหวั่นกลายเป็นสงคราม หลังประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียแถลงข่าวครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุขับไล่ประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช แห่งยูเครนจนต้องลี้ภัยมายังรัสเซีย โดยยืนกรานชัดเจนว่า รัสเซียมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้กำลังกับยูเครน เพื่อปกป้องพลเรือนตนเอง แต่ยืนยันว่าหนทางดังกล่าวจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับรัสเซีย
ทั้งนี้ สถานการณ์ในยูเครนขณะนี้ ภายในกรุงเคียฟ เมืองหลวง เกือบคืนสู่ภาวะปกติ สวนทางกับสถานการณ์ในเขตปกครองตนเองไครเมีย ติดรัสเซียที่ดุเดือดมากขึ้น เนื่องจากรัฐสภาไครเมียเพิ่งจะลงมติเอกฉันท์เห็นด้วยกับการเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับรัสเซีย และจะใช้ประกอบการตัดสินใจของการลงประชามติแบ่งแยกดินแดนของชาวไครเมียในวันที่ 16 มี.ค.นี้
ความเคลื่อนไหวกรณีแบ่งแยกดินแดนของรัฐบาลไครเมียเรียกเสียงประณามจากเหล่าผู้นำทั่วโลก โดยรัฐบาลประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรกับรัสเซีย โดยสั่งอายัดทรัพย์สินและห้ามเจ้าหน้าที่หรือชาวรัสเซียที่มีส่วนแทรกแซงยูเครน เช่นเดียวกันกับสหภาพยุโรปที่ประกาศอายัดทรัพย์ของอดีตประธานาธิบดียานูโควิชแห่งยูเครนและพรรคพวกอีก 18 ราย
นอกจากนี้ สหรัฐยังโต้ตอบด้วยการใช้กำลังทหารเป็นครั้งแรก โดยจัดส่งทหารตลอดจนเครื่องบินขับไล่เอฟ16 เข้าร่วมการบินซ้อมรบกับกองกำลังโปแลนด์ และส่งฝูงบินขับไล่เอฟ-5 จำนวน 6 ลำ เพื่อร่วมบินลาดตระเวณกับกองกำลังองค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในกลุ่มประเทศรอบทะเลบอลติก เช่น ลัตเวีย ลิทัวเนีย และเอสโตเนีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของสหรัฐในยุโรปตะวันตกและยุโรปกลาง และย้ำสถานะและบทบาทของสหรัฐที่มีต่อภูมิภาค







