
สงสารผู้เฒ่า
ข่าวการฆ่าตัวตายในวงการบันเทิงเกาหลีมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
ข่าวการฆ่าตัวตายในวงการบันเทิงเกาหลีมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ล่าสุด เป็นข่าวเศร้าจากรายการ “จ๊าก” เรียลิตี้โชว์ของสถานี SBS เกาหลี ที่จับชาย 7 หญิง 5 มาอยู่บ้านเดียวกันเพื่อค้นหาคู่ใจ แต่แล้ว สมาชิกหญิงวัย 29 ที่เข้าร่วมแข่งขันหาคู่ได้ผูกคอตายคาบ้านที่กำลังถ่ายทำรายการสดอยู่บนเกาะเชจู เธอเลือกห้องน้ำซึ่งเป็นสถานที่แห่งเดียวในบ้านที่ไม่มีกล้องถ่ายทำติดตั้งอยู่ เป็นที่ปลดเปลื้องความทุกข์ในชาติภพนี้ พร้อมกับทิ้งข้อความไว้ว่า “ชีวิตนี้เป็นทุกข์นัก จักไม่ขอทนอีกต่อไป”
คำว่า “ไม่ขอทน” กลายเป็นข้อความที่ใช้เพื่อเป็นข้ออ้างของการใช้สิทธิที่จะตายอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของสำนักงานสถิติเกาหลีในปี 2012 มีผู้ที่ฆ่าตัวตายถึง 28.1 คน ต่อประชากร 1 แสนคน (หรือประมาณ 1.2 หมื่นคนต่อปี) ... แม้ว่าจะลดน้อยลงจากปี 2011 (31.7 คนต่อ 1 แสนคน) ก็ตามที แต่อัตราการฆ่าตัวตายนี้ ยังสูงที่สุดในบรรดากลุ่มประเทศ OECD (Organisation for Economic Cooperation and Development) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ถือว่าได้พัฒนาแล้ว ดังนั้นความคิดที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนและประชาชนในประเทศพัฒนาแล้วมีความทุกข์น้อยกว่าประเทศด้วยพัฒนา ไม่น่าจะจริง โดยเฉพาะที่เกาหลีใต้ สาเหตุของการฆ่าตัวตายอันดับ 1 ได้แก่ ปัญหารุมเร้าทางการเงิน อันดับ 2 คือ ความเครียด และสุดท้ายคือ ภาวะเจ็บป่วยทางจิต
ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ แทนที่จะเป็นวัยรุ่นตามแรงขับของวัย กลับกลายเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปที่ฆ่าตัวตายมากที่สุดถึงเกือบจะ 80 คนต่อประชากร 1 แสนคน ในขณะที่คนหนุ่มสาววัย 15-34 ปี ฆ่าตัวตายประมาณ 17 คนต่อ 1 แสนคน และช่วงอายุ 35-65 ปี ฆ่าตัวตายประมาณ 28 คนต่อ 1 แสนคน ส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุเกาหลีมาจากปัญหาทางการเงินมากที่สุด เพราะทำงานตรากตรำไม่ได้แล้ว จึงต้องรอคอยความช่วยเหลือจากบุตรหลาน ตัวอย่างเช่น ข่าวน่าสลดใจของคุณพ่อของนักร้องบอยแบนด์ที่ดังมากคนหนึ่ง ที่กระทำอนันตริยกรรม ฆ่าบิดามารดาของตน คือ ปู่และย่าของนักร้องคนนั้น แล้วตนเองก็ฆ่าตัวตายตาม ก็มาจากสาเหตุปัญหาทางเศรษฐกิจ และตนเองก็มีโรคเครียดรุมเร้า นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุคู่สามีภรรยาอีกจำนวนมากที่ฆ่าตัวตายเพียงเพราะไม่อยากเป็นภาระให้ลูกหลาน ซึ่งในปี 2011 เพียงปีเดียว มีผู้สูงอายุฆ่าตัวตายถึง 4,000 คน
ในปัจจุบัน ผู้เฒ่าเกาหลีเพียง 1 ใน 5 อาศัยอยู่กับบุตรหลาน นอกนั้นอยู่ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นผลจากการที่สังคมเกาหลีเน้นการทำงานหนัก ทุ่มเทเงินทองเพื่อการศึกษาของบุตรหลาน ตามปรัชญาขงจื๊อที่หวังจะให้บุตรหลานดูแลผู้อาวุโสยามแก่เฒ่า ประมาณการว่าเงินเดือนของพนักงานประจำบริษัทถึงร้อยละ 40 ถูกใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตร ทว่าสภาพสังคมทำให้ต้องเคลื่อนย้ายถิ่นฐานไปทำงานในเมืองใหญ่ ลูกหลานจึงต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงาน เมื่อถึงงานเทศกาลนานๆ ทีจึงกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ ทำให้ผู้สูงอายุถึงครึ่งหนึ่งของประเทศมีฐานะยากจน
ในขณะที่รัฐบาลออกแคมเปญกองทุนเกษียณอายุมีเงินใช้เมื่อแก่ มาตั้งแต่ปี 1988 (ทำนองเดียวกับกองทุนประกันสังคม) ทว่าผู้ที่จะได้เงินจากกองทุนนั้น คือผู้ที่ทำงานและหักเงินเดือนสมทบเข้ากองทุนทุกๆ เดือนไปล่วงหน้าแล้วหลายๆ ปี ผู้ที่ไม่มีงานประจำจึงไม่สามารถรับเงินจากกองทุนนี้ได้ คาดการณ์ว่าเพียง 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุเท่านั้นที่ได้รับเงินบำนาญเกษียณอายุ ...
อืม...โชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อปลายปีที่แล้วรัฐบาลเกาหลีได้ตื่นตัวเรื่องการฆ่าตัวตาย จึงเพิ่งได้อนุมัติเงินบำนาญแก่ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ราว 5,400 บาทต่อเดือน (ซึ่งไม่มากเลยเมื่อเทียบกับค่าจ้างขั้นต่ำวันละประมาณ 1,300 บาท ที่สามารถใช้เพียงแค่พออยู่รอด) กำหนดให้จ้างงานผู้สูงอายุได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะไปเป็นคนกวาดถนน คนดูแลที่จอดรถ และ รปภ. และยังได้เร่งป้ายประชาสัมพันธ์ในสถานที่ฆ่าตัวตายยอดฮิตกรุงโซลหลายๆ สะพาน ว่า “สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของท่าน ยังมาไม่ถึง” The best part of your life is yet to come.
วรรณกรรมเยาวชนเกาหลี ชุด “โรงเรียนแมว” (โคยางีฮักเกียว) เป็นหนังสือ “เบสต์เซลเลอร์” ที่เด็กๆ นับแสนคนในยุโรปโหวตให้ได้รับรางวัล “วรรณกรรมเยาวชนยอดเยี่ยมทางด้านคุณธรรม Le Prix des Incorruptibles” ของฝรั่งเศส ...มาสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ กล้าที่จะ “คิดและจินตนาการ” ด้วยหนังสือชุดนี้ที่ร้านนายอินทร์และซีเอ็ดทั่วประเทศ สั่งซื้อจำนวนมากติดต่อสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊ก โทร 02-240-3700 ต่อ 1633 [email protected]







