
ดีเกินไป
เวลาได้ยินคำว่า "ดีเกินไป" หลายคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บแปลบ เพราะทั้งที่ดีแสนดีขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือก
อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
เวลาได้ยินคำว่า "ดีเกินไป" หลายคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บแปลบ เพราะทั้งที่ดีแสนดีขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือก
ความรู้สึกเจ็บช้ำแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่ถูกเซย์โนเรื่องความรัก แต่ยังเป็นเหตุผลเดียวกับที่คนฟิลิปปินส์จำนวนมากถูกปฏิเสธ รับเข้าทำงาน
วอลสตรีท เจอร์นัล หยิบยกกรณีของ จุน อโดเนส แมน-อินเดย์ ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจ และเพียรพยายามเรียนด้านอาชญาวิทยา ซึ่งต้องศึกษาลงลึกถึงอาชญากรรมและเข้าถึงจิตใจของอาชญากร แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถเข้าทำงานตำรวจได้หลังเรียนจบ
เวลาผ่านพ้นไป 15 ปี ตอนนี้เขามีอาชีพขับรถแท็กซี่ หลังจากเปลี่ยนงานมาแล้วหลายหน ทั้งทำงานในร้านฟาสต์ฟู้ดและปั๊มน้ำมัน แทนที่จะได้ใช้วิชาความรู้ที่เล่าเรียนมา
แมน-อินเดย์ เป็นหนึ่งในจำนวนคนฟิลิปปินส์หลายล้านคนที่เผชิญชะตากรรมคล้ายคลึงกัน แม้คนจำนวนมากจะเรียนจบวิทยาลัย แต่กลับไม่สามารถหางานทำได้ เพราะคุณสมบัติสูงเกินไป เมื่อเข้าตาจนก็ต้องยอมทำงานที่ต่ำกว่าทักษะ
ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการลดอัตราความยากจน รวมถึงแดนตากาล็อกที่เผชิญกับปัญหาความ ยากจนมากเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าจะลดอัตราความยากจนจาก 25% ให้เหลือ 16.6% ภายในปี 2559 หากประสบความสำเร็จ จะทำให้ชาวฟิลิปปินส์ราว 8.6 ล้านคน ขยับขึ้นมาอยู่ เหนือเส้นความยากจนที่ถูกขีดไว้สำหรับคนที่มีรายได้ต่ำกว่าวันละ 1.25 เหรียญสหรัฐ
ธนาคารโลก ประเมินว่า จะมีชาวฟิลิปปินส์ราว 1.1 ล้านคน เข้าสู่ตลาดแรงงานในแต่ละปีจนถึงปี 2559 และมากกว่าครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ไม่ได้มีดีกรีระดับวิทยาลัย หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ หมายความว่า มีแรงงานใหม่แค่ 1 ใน 4 ที่สามารถหางานที่เหมาะกับความรู้ความสามารถได้
ขณะที่ในปี 2559 จะมีชาวฟิลิปปินส์กว่า 12 ล้านคน ตกอยู่ในภาวะว่างงาน ทำงานต่ำกว่าทักษะ หรือต้องทำงานนอกระบบ เช่น รถเร่ขายสินค้า รับจ้างเย็บผ้าในโรงงานนรก หรือผลิตสินค้าปลอม
คาร์ล เคนดริก ฉั่ว นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำธนาคารโลกในฟิลิปปินส์ มองว่า ในขณะนี้น่าจะมีคนฟิลิปปินส์ทำงานต่ำกว่าทักษะมากถึง 7 ล้านคน การทำงานต่ำกว่าทักษะมีส่วนสัมพันธ์อย่างมากกับความยากจน เพราะเมื่อมีงานอะไรอยู่ตรงหน้า คนเหล่านี้ก็ต้องคว้าไว้ก่อน
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ พบว่า นับถึงเดือน ต.ค. 2556 มีชาวฟิลิปปินส์ทำงานต่ำกว่าทักษะราว 17.9% มากกว่าตัวเลขว่างงานในประเทศที่ 6.5% ถึง 3 เท่า สะท้อนถึงปัญหาการทำงานต่ำกว่าความรู้ความสามารถที่ซ่อนอยู่หลังฉากตัวเลขว่างงาน
ฟิลิปปินส์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เผชิญกับความไม่สมดุลดังกล่าว อัตราการทำงานต่ำกว่าทักษะในสหรัฐก็สูงกว่าอัตราว่างงานถึง 2 เท่าตัว
เพียงแต่ฟิลิปปินส์ต้องพยายามสร้างงานใหม่ๆ ที่ใช้ทักษะสูงๆ เพื่อลดจำนวนแรงงานที่ทำงานต่ำกว่าฝีมือแท้จริง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะนโยบายที่ใช้มานานไม่เอื้อให้เกิดบรรยากาศแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงิน เปโซที่แข็งค่าเกินจริง การให้สิทธิพิเศษทางภาษีและการลงทุนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ภาคการผลิตไม่เติบโตและอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ถูกแทนที่ด้วยอุตสาหกรรมบริการที่ใช้ทักษะต่ำ
ยิ่งแรงงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้อัตราการทำงานต่ำกว่าทักษะในฟิลิปปินส์สูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ ประเมินว่า ระหว่างปี 2558-2563 จำนวนประชากรที่เข้าสู่ตลาดงานในแดนตากาล็อกจะมีจำนวนสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน n







