
จี20อัด2ล้านล.ดันศก.โลก
หวังกระตุ้นให้กลับมาโตแกร่งอีกครั้งลั่นใช้นโยบายการเงินระมัดระวัง
หวังกระตุ้นให้กลับมาโตแกร่งอีกครั้งลั่นใช้นโยบายการเงินระมัดระวัง
จี20 ลั่นอัดฉีดเศรษฐกิจโลก 2 ล้านล้านในอีก 5 ปี หวังเห็นโลกกลับมาแข็งแกร่ง
แถลงการณ์ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ (จี20) ที่นครซิดนีย์ เห็นพ้องร่วมกันในการกระตุ้นการขยายตัวเศรษฐกิจทั่วโลกให้เพิ่มขึ้นอีก 2% หรือที่ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 66 ล้านล้านบาท) ภายใน 5 ปีนี้ ขณะเดียวกันก็จะระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงินและสื่อสารกับตลาดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การมุ่งกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกให้เพิ่มจากปัจจุบันอีก 2% ใน 5 ปีข้างหน้า จะมุ่งเน้นไปในเรื่องของการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน เพิ่มปริมาณการค้า และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันให้มากขึ้น เพื่อยกระดับการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกให้กลับมาแข็งแกร่งเหมือนช่วงก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2008
กลุ่มจี20 มองอีกว่า แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว แต่ยังคงเป็นระดับการขยายตัวที่ต่ำอยู่ และยังไม่เพียงพอต่อการสร้างการจ้างงานที่แข็งแกร่งเหมือนช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2008 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการฟื้นตัวต่างๆ ต้องมาเผชิญกับผลพวงของการใช้นโยบายรัดเข็มขัดของยุโรป การว่างงานในสหรัฐและการชะลอตัวลงของจีน
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นที่ประชุมกำหนดว่าทุกประเทศจะต้องนำเสนอแผนการขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจให้รับทราบในการประชุมสุดยอดกลุ่มจี20 ที่เมืองบริสเบน ออสเตรเลีย ในเดือน พ.ย.
ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยว่า แผนการลุยกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มจี20 จะช่วยให้จีดีพีโลกขยายตัวขึ้นอีก 0.5% ในแต่ละปี ตลอดช่วง 4 ปีข้างหน้า
นอกเหนือจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ที่ประชุมยังเห็นพ้องเดินหน้าป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีระหว่างประเทศ โดยจะเพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านภาษีระหว่างกันโดยอัตโนมัติ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ในสิ้นปี 2015 นี้
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมจี20 ยังได้ตกลงร่วมกันในเรื่องของการร่วมมือนโยบายการเงินมากขึ้น โดยเน้นย้ำว่าจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง และจะสื่อสารกับตลาดให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยอยู่บนพื้นฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลและคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก
แถลงการณ์ความร่วมมือด้านนโยบายการเงินดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ออกมาวิจารณ์การลดมาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ(คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า ล้มเหลวในการสื่อสารการดำเนินนโยบายการเงินต่อตลาด จนทำให้กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เผชิญกับภาวะผันผวนจากทุนไหลออก
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมจี20 ได้แถลงแสดงความผิดหวังในประเด็นการปฏิรูปองค์กรไอเอ็มเอฟอย่างรุนแรง พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐเร่งผลักดันการปฏิรูปตามที่ให้สัญญาไว้โดยเร็ว หลังจากที่กระบวนการปฏิรูปเพื่อเพิ่มเสียงโหวตให้กับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เต็มไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากติดขัดในขั้นตอนการขออนุมัติจากรัฐสภาสหรัฐ
ทั้งนี้ ประเด็นการเพิ่มเสียงโหวตของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในไอเอ็มเอฟเป็นประเด็นถกเถียงมานานหลายปีแล้ว เนื่องจากเสียงโหวตของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น จีน และบราซิล มีเพียงน้อยนิด ทั้งๆ ที่กลุ่มประเทศเหล่านี้ได้เข้ามามีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมากขึ้นทุกขณะ







