
ยูเครนได้ดีลหั่นอำนาจปธน.
เล็งจัดเลือกตั้งเร็วขึ้นกว่าเดิมผู้ประท้วงไม่ฟังเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ
เล็งจัดเลือกตั้งเร็วขึ้นกว่าเดิมผู้ประท้วงไม่ฟังเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ
ประธานาธิบดียูเครนอ้าง ได้ข้อตกลงยุติปัญหานองเลือดแล้ว แต่ม็อบไม่ฟัง เปิดฉากยิงใส่ตำรวจ
ประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช แห่งยูเครน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่า สามารถบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายค้านได้แล้ว เพื่อยุติวิกฤตทางการเมืองอันร้อนแรงหลังเกิดการปะทะนองเลือดระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่รัฐ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งขึ้นรวมกันกว่า 77 คน ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
ในแถลงการณ์ของยานูโควิช ระบุว่า การลงนามในร่างข้อตกลงดังกล่าว จะมีขึ้นในช่วงเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่นในยูเครนเมื่อวันที่ 21 ก.พ.
รายงานอ้างการเปิดเผยของ สส.ยูเครนหลายคน ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวนั้นครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญในบางข้อเพื่อลดทอนอำนาจของประธานาธิบดีลง และจะให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน โลรองต์ ฟาเบียส รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีต่างประเทศยุโรป 8 ชาติ ที่เข้าร่วมการเจรจากับผู้นำยูเครนและฝ่ายค้านนั้น กลับระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป และดูเหมือนว่าฝ่ายค้านของยูเครนจะยังไม่ยืนยันแต่อย่างใดด้วย
ฟาเบียส กล่าวด้วยว่า ทุกฝ่ายในที่ประชุมในครั้งนี้ได้เห็นพ้องกันว่า จะไม่ออกแถลงการณ์ใดๆ ออกมาก่อนที่จะมีการตกลงได้ทุกสิ่งอย่างเสียก่อน
ทั้งนี้ แม้ว่าประธานาธิบดีจะประกาศถึงการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติปัญหาดังกล่าวแล้ว ทว่าความรุนแรงในกรุงเคียฟก็ยังปะทุขึ้น โดยไม่กี่ชั่วโมงหลังการประกาศ ทางด้านตำรวจยูเครนก็แถลงว่า ได้เปิดฉากดวลกระสุนกับผู้ประท้วงอีกแล้ว หลังจากที่ผู้ประท้วงเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงขึ้นก่อนบริเวณใกล้กับจัตุรัสอินดิเพนเดนท์ เพื่อกรุยทางสู่อาคารรัฐสภาซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน โดยที่มีแนวตำรวจขวางอยู่
ขณะที่ภายในอาคารรัฐสภานั้นก็มีการอภิปรายถึงการแก้ไขกฎหมายเพื่อลดทอนอำนาจประธานาธิบดีกันอยู่ ซึ่งปรากฏว่าเกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อเกิดการด่าทอกันวุ่นวายในสภาจนทำให้ โวโลดีเมียร์ รายบัค ประธานสภา ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับประธานาธิบดีนั้นต้องสั่งหยุดการอภิปราย และประธานสภาได้เดินออกไปจากห้องอภิปรายในทันที ขณะที่ สส.ยังเปิดการอภิปรายกันต่อไป
ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขของยูเครน ระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงที่ระเบิดขึ้นในครั้งล่าสุดตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ 77 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 577 คนทีเดียว อย่างไรก็ตาม ทางด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ยืนยันว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก







