
สื่อนอกเกาะติดปะทะเดือดสลายม็อบไทย
สื่อนอกรายงานเหตุปะทะนองเลือดในไทยล่าสุด ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 60 ราย
สื่อนอกรายงานเหตุปะทะนองเลือดในไทยล่าสุด ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 60 ราย
สื่อต่างชาติหลายสำนักติดตามรายงานข่าวการเข้าขอคืนพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่ส่วนใหญ่เป็นถนนสาธารณะและอาคารราชการ ซึ่งบานปลายกลายเป็นการปะทะนองเลือดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 64 คน
สถานีโทรทัศน์บีบีซีแห่งอังกฤษรายงานว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย โดยปฎิบัติการขอคืนพื้นที่ครั้งนี้มีตำรวจร่วมปฎิบัติการทั้งสิ้น 1.5 หมื่นนาย และหลายนายบาดเจ็บจากระเบิดมือที่เห็นชัดเจนว่าขว้างมาจากกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่เจ้าหน้าทีตำรวจยังอ้างว่าตนเองตกเป็นเป้าของนักแม่นปืนหรือสไนเปอร์อีกด้วย
บีบีซียังรายงานอีกว่า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็เป็นฝ่ายยิ่งกระสุนจริงหลายระลอกเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมในระหว่างการขอคืนพื้นที่ที่เริ่มต้นด้วยการเจรจาอย่างสงบก่อนกลายเป็นความรุนแรงที่บริเวณใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก่อน
ด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น สหรัฐ ระบุว่า สถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองไทยทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเข้าเคลียร์พื้นที่การชุมนุมในพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงประเทศไทย
ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสลายกลุ่มผู้ชุมนุมตามท้องถนนบริเวณใกล้ทำเนียบรัฐบาล ด้วยการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ ผู้ประท้วงบางส่วนก็เริ่มยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 200 เมตร ตอบโต้ด้วยการใช้กระสุนยางและกระสุนจริง โดยในระหว่างการยิงต่อสู้ซึ่งกินเวลาประมาณ 20 นาทีนี้ ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้กับกองกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้สถานการณ์ตึงเครียด
รายงานข้างต้นคล้ายคลึงกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส เอพี และเอเอฟพี ที่ระบุตรงกันว่าเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นหนึ่งในครั้ง ก่อนที่การยิงต่อสู้กันจากทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และฝ่ายผู้ชุมนุมจะเริ่มต้นขึ้น ในบริเวณใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเสียงปืนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลต่างวิ่งวุ่นเพื่อเร่งนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากพื้นที่ปะทะ
ด้านเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา ซึ่งส่งผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เช่นกันรายงานว่า ทันทีที่เกิดการระเบิดขึ้น สถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างเจรจาผ่านเครื่องขยายเสียงแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นความตึงเครียด มีการยิงปืนโต้ตอบกันไปมา รวมถึงการใช้แก๊สน้ำตา ก่อนจะสงบลง และเจ้าหน้าที่แพทย์ก็เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
ทั้งนี้ สื่อส่วนใหญ่รายงานตรงกันว่ายังคงต้องจับตาสถานการณ์ในไทยต่อไป โดยเฉพาะในวันนี้ (วันพุธที่ 19 ก.พ.) ซึ่งแกนนำกปปส.อย่างสุเทพ เทือกสุบรรณประกาศชัดเจนไว้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าจะเป็นวันชุมนุมใหญ่เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรีรักษาการณ์ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพิ่งจะตั้งข้อหาปฎิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสมในโครงการจำนำข้าว







