
ส่งออกจีนพุ่งสวนทางศก.แย่
นำเข้าส่งออกแดนมังกรม.ค.กระฉูดกูรูสงสัยตกแต่งสถิติปั้นตัวเลข
นำเข้าส่งออกแดนมังกรม.ค.กระฉูดกูรูสงสัยตกแต่งสถิติปั้นตัวเลข
นักวิเคราะห์มึนกี่ส่งออกจีนพุ่งเดือน ม.ค. สวนทางเศรษฐกิจชะลอตัว คาดอาจมีปั่นตัวเลข
รอยเตอร์สรายงานกึ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์การส่งออกสินค้าของจีนที่พุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ในเดือน ม.ค. เช่นเดียวกับการนำเข้าสินค้าที่พุ่งสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน ทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายแสดงความสงสัยว่า ข้อมูลการค้าที่นำมาเปิดเผยครั้งนี้น่าเกิดจากการปลอมแปลงตัวเลข
กรมศุลกากรของจีน เปิดเผยข้อมูลการค้าในประเทศว่า มูลค่าการส่งออกของประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้น 10.6% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าการคาดการณ์ที่ 2% ถึง 5 เท่า
สอดคล้องกับมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 10% จากการซื้อวัตถุดิบจำพวก แร่เหล็ก น้ำมันดิบ และทองแดงจำนวนมาก ส่งผลให้สถิติการนำเข้าแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมากกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 3%
ด้านการค้าของประเทศก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 31.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ที่ 23.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงมากกว่าการค้าในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ระดับ 25.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม จาง จื้อเหว่ย นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ตั้งข้อสังเกตว่า ระดับการเติบโตของการส่งออกไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางเศรษฐกิจของจีนที่ค่อนข้างย่ำแย่ติดต่อมาหลายสัปดาห์ จนนักลงทุนกังวลว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนน่าจะกระทบตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่
สอดคล้องกับนักเศรษฐศาสตร์หลายคนที่วิเคราะห์ว่า ตัวเลขการส่งออกของจีนในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา น่าจะเป็นตัวเลขซึ่งไม่ใช่มูลค่าที่แท้จริงที่เกิดจากการค้า เห็นได้จากสถิติหลายปีที่ผ่านมาชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ภาคการผลิตและบริการของจีนมักจะถดถอยลงช่วงเดือน ม.ค. ซึ่งส่วนใหญ่จะตรงกับเทศกาลตรุษจีนที่หยุดยาวและมียอดการสั่งซื้อสินค้าทั้งภายในและนอกประเทศลดลง
แนวโน้มการส่งออกที่ลดลงในเดือน ม.ค. หรือช่วงหยุดยาวตรุษจีนนี้ มักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง ทำให้นักวิเคราะห์ทั้งหลายไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายสถิติการซื้อวัตถุดิบของจีนที่เพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดมีแนวโน้มความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น
แม้ตามปกติข้อมูลทางเศรษฐกิจของจีนสามารถคาดคะเนได้จากทฤษฎีการแปรผันตามปัจจัยแห่งฤดูกาล อาทิ เทศกาลตรุษจีน ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มไม่เห็นด้วยกับหลักการนี้ เนื่องจากไม่อาจคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้ตามความอุปสงค์โลกและเศรษฐกิจของประเทศจีน







