
โล่ง สภามะกันไร้ขัดแย้งลงมติขยายเพดานหนี้ เลี่ยงผิดนัด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ทั่วโลกขานรับ หลังสภาผู้แทนสหรัฐอนุมัติการขยายเพดานหนี้ พร้อมส่งต่อให้วุฒิสภาและประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐลงนามรับรอง ทำให้รัฐบาลเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้สำเร็จ
สภาล่างสหรัฐลงมติด้วยคะแนนเสียง 221-201 ขยายเพดานหนี้ 17.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐออกไป 1 ปี โดยหลังจากร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับการลงนามจากประธานาธิบดีโอบามาในขั้นสุดท้ายแล้ว รัฐบาลสหรัฐจะสามารถกู้ยืมเงินเพิ่มเติมเพื่อนำมาเป็นงบประมาณแผ่นดินและชำระหนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าการขาดดุลงบประมาณสหรัฐในปีงบประมาณ 2014 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5.14 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ความเคลื่อนไหวข้างต้น สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่ง เพราะไม่มีการโต้แย้งจากฝ่ายพรรครีพับลิกันซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาล่าง เหมือนการถกเพดานหนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่มักใช้เป็นเครื่องต่อรองให้ฝ่ายพรรคเดโมแครตลดเงินใช้จ่ายในโครงการประกันสุขภาพ (โอบามาแคร์)
ไมเคิล เอ. เมโมไล และลิซา มาสคาโร ผู้สื่อข่าวสายการเมืองจากหนังสือพิมพ์แอลเอไทม์ส อธิบายว่า ท่าทีของพรรครีพับลิกันคราวนี้น่าจะมีผลมาจากการตระหนักว่าจุดยืนที่ต้องการตัดรายจ่ายของรัฐไม่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน จนส่งผลให้คะแนนความนิยมของพรรคตกต่ำและเป็นอันตรายต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น
ทั้งนี้ วุฒิสภาที่พรรคเดโมแครตของรัฐบาลครองเสียงข้างมากน่าจะลงนามในร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้ฉบับนี้อย่างเร็วที่สุดภายในวันพุธที่ 12 ก.พ. (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ) ก่อนส่งต่อให้ประธานาธิบดีโอบามาลงนามรับรองเพื่อนำมาบังคับใช้ต่อไป ซึ่งน่าจะทันเวลากับเงื่อนเวลาที่ แจ็ค ลิว รัฐมนตรีคลังสหรัฐเคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า หากไม่ขยายเพดานหนี้ สหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้
เจย์ คาร์นีย์ โฆษกประจำทำเนียบขาวออกแถลงการณ์แสดงความยินดี โดยระบุว่า ถือเป็นผลลัพธ์ทางบวกที่ช่วยให้ก้าวพ้นความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐต้องหยุดชะงักและตกอยู่ในความเสี่ยง
วันเดียวกัน เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ขึ้นแถลงนโยบายเฟดเป็นครั้งแรกหลังขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ก.พ. โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ท่าทีของผู้ว่าการเฟดเป็นไปตามที่คาดไว้ว่า เฟดจะเดินหน้าลดการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ภายใต้เงื่อนไขที่เศรษฐกิจสหรัฐมีการฟื้นตัว และเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป
นอกจากนี้ การที่เยลเลนกล่าวอย่างชัดเจนว่าอัตราการจ้างงานและอัตราการว่างงานของสหรัฐยังถือว่าอยู่ห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์ ทำให้คาดการณ์ได้ว่า เฟดจะยังไม่เลิกใช้มาตรการคิวอีอย่างสิ้นเชิงภายในเร็ววันนี้แน่นอน โดย วาร์ด แม็คคาร์ทนีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐจากเจฟเฟอรีย์ ระบุว่า ท่าทีของเยลเลนเหมือนย้ำให้ตลาดเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐในภาพรวมเป็นไปในทิศทางบวก กระนั้น การยอมรับว่ายังมีเรื่องต้องทำอีกมากกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่าเฟดจะยังใช้มาตรการคิวอีและนโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อไป
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีที่สภาผู้แทนสหรัฐผ่านร่างขยายเพดานหนี้ได้สำเร็จ บวกกับนโยบายการเงินของเฟดที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มากนัก และข่าวดีจากดุลการค้าจีนส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวในทิศทางบวกเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน โดยดัชนีเอ็มเอสซีไอ ออลคันทรี เวิลด์ อินเด็กซ์ ปิดตลาดเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ปรับเพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา







