posttoday
อยู่บ้านเกาหลี (1)

อยู่บ้านเกาหลี (1)

09 กุมภาพันธ์ 2557

รูปแบบที่อยู่อาศัยของชาวเกาหลีมีวิวัฒนาการตามปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และจำนวนประชากรของประเทศ

โดย เพียงออ วิไลย

[email protected]

รูปแบบที่อยู่อาศัยของชาวเกาหลีมีวิวัฒนาการตามปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และจำนวนประชากรของประเทศ จากปลายสมัยโชซอนที่เป็นสังคมเกษตรกรรมกับจำนวนประชากรที่ไม่หนาแน่น ประชาชนอาศัยอยู่ในบ้านหลังคามุงฟางข้าว ส่วนบ้านของผู้มีอันจะกินและขุนนาง เป็นบ้าน “ฮันอ๊ก??” แบบเกาหลีดั้งเดิม จนเมื่อชาวต่างชาติเข้ามาสร้างที่พักอาศัยในรูปแบบของตน ผู้มีอันจะกินที่เริ่มร่ำรวยในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมก็เริ่มปรับปรุงบ้านตามแบบบ้านของชาวต่างชาติ และเมื่อญี่ปุ่นเข้ามายึดฐานการผลิตสินค้าและแรงงาน ที่พักอาศัยจึงเริ่มเปลี่ยนไป

“อพาร์ตเมนต์โตโยต้า” เป็นต้นตอของลักษณะบ้านแบบใหม่ในแนวตั้ง และเป็นต้นตอของฉายานามว่า “Republic of Apartmentสาธารณรัฐแห่งอพาร์ตเมนต์” ตามสภาวะบีบบังคับของสภาพแวดล้อมทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งต้องผลิตที่อยู่อาศัยออกมาในปริมาณมากเพื่อสนองต่อจำนวนประชากรที่มากขึ้น

ปัจจุบันนี้ในขณะที่เกาหลีเป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมโลกมีมูลค่าการผลิตมวลรวมของชาติ (GDP) สูงเป็นอันดับ 12 ของโลก แต่ประชาชนกลับมีความรู้สึกว่าจนลงเนื่องจากปัจจัยสี่ โดยเฉพาะค่าที่พักอาศัยมีราคาแพงจนมนุษย์เงินเดือนไม่สามารถซื้อหาเป็นของตนเองได้ ราคาซื้ออพาร์ตเมนต์ในกรุงโซลเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 3.4 แสนบาท ส่วนอพาร์ตเมนต์ในต่างจังหวัดอยู่ที่ประมาณ 1.38 แสนบาทต่อตารางเมตร หากต้องการบ้านที่อยู่อย่างไม่อึดอัดนักสัก 90 ตารางเมตร ของครอบครัวพ่อแม่ลูก 4 คน ต้องใช้เงินถึง 30 ล้านบาทในกรุงโซล ในขณะที่ถ้าอยู่ต่างจังหวัดต้องมีเงินไม่น้อยกว่า 12 ล้านบาท ไม่ต้องพูดถึงบ้านพร้อมที่ดินซึ่งมีราคาแพงจนประชากรส่วนใหญ่ไม่สามารถซื้อได้ ดังนั้น การเช่าที่พักจึงเป็นทางเลือกที่ประชากรส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับชาวเกาหลี การเช่าที่พักมีลักษณะเฉพาะที่แปลกแตกต่างจากบ้านเรา การเช่าแบบ “วอลเซ??” คือ ผู้เช่าจ่ายเงินก้อนจำนวนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันในกรุงโซลหากเช่าอพาร์ตเมนต์ 23 ห้องนอนระดับกลาง ต้องมีเงินก้อนราว 100 ล้านวอน (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) และเสียค่าเช่ารายเดือนอีกราว 3.5 ล้านวอน (ประมาณ 1.25 แสนบาท) เมื่อย้ายออกก็จะได้เงินก้อน 100 ล้านวอนคืน หากใครมีเงินเก็บเยอะสามารถเลือกการเช่าแบบ “ชอนเซ??” เป็นการเช่าโดยจ่ายค่าเช่าเป็นก้อนที่มีมูลค่าราว 30-50% ของราคาซื้อ (915 ล้านบาท) ให้แก่เจ้าของบ้าน อยู่ไปจนครบตามระยะเวลาในสัญญาเช่าโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือน เมื่อย้ายออกก็จะได้เงินก้อนนี้คืนทั้งหมด ลักษณะนี้ดูจะสมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย คือ เมื่อผู้เช่าเห็นว่าหากเงินก้อนที่จ่ายไปฝากธนาคารหรือลงทุนทำประโยชน์อื่นจะได้ดอกเบี้ยน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าเช่ารายเดือน ในขณะที่ผู้ให้เช่าเห็นว่าลงทุนซื้ออพาร์ตเมนต์มาให้คนเช่าแล้วได้เงินก้อนมาหมุนใช้จ่าย ที่มีมูลค่ามากกว่าอัตราดอกเบื้ยเงินฝากและน้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทั้งนี้ ทำเลที่ตั้งต้องมีอนาคตด้วย ด้วยเหตุนี้ธุรกิจให้เช่าและซื้ออสังหาริมทรัพย์จึงเป็นธุรกิจที่นิยมในเกาหลี เพราะมีผู้เช่ารายใหม่หมุนเวียนในปริมาณที่มากพอ

ส่วนการเช่าห้องพักขนาดเล็ก 1 ห้องนอน สำหรับผู้เช่าอยู่คนเดียวหรือเป็นการเช่าระยะสั้น ก็ต้องมีมัดจำค่าเช่าตามแต่ตกลงกัน ค่าเช่าอาจอยู่ที่ 24 หมื่นบาทต่อเดือนตามทำเลที่ตั้ง ดูไปก็สงสารคนเกาหลีไม่น้อย เพราะเมื่อโตขึ้นเรียนจบเริ่มทำงานแล้วก็ต้องขยันขันแข็งพยายามเก็บเงินเตรียมเงินก้อนใหญ่สำหรับที่พักของครอบครัว นอกจากนี้ ยังต้องมีค่าน้ำค่าไฟซึ่งหากเป็นฤดูหนาวก็ต้องจ่ายหนักเดือนละหลายหมื่นเพื่อทำความอุ่นในบ้าน หากเป็นลูกเศรษฐีแบบคิมทัน หรือแอบมาจากต่างดาวหลายร้อยปีแล้วกว้านซื้อที่ไว้เยอะแบบโทมินจุน ก็คงจะสบายหน่อย...(ต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท