
เอกชนญี่ปุ่นทำกำไร
โตโยต้า มอเตอร์ บริษัทผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของโลกสัญชาติญี่ปุ่น ประกาศผลกำไรในระหว่างเดือน เม.ย.ธ.ค.ที่ผ่านมา พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1.52 ล้านล้านเยน จากยอดขายทั้งหมด 19.12 ล้านล้านเยน โดยยอดขายในไตรมาส 3 นั้น เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวทีเดียว
โตโยต้า มอเตอร์ บริษัทผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของโลกสัญชาติญี่ปุ่น ประกาศผลกำไรในระหว่างเดือน เม.ย.ธ.ค.ที่ผ่านมา พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1.52 ล้านล้านเยน จากยอดขายทั้งหมด 19.12 ล้านล้านเยน โดยยอดขายในไตรมาส 3 นั้น เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวทีเดียว
นอกเหนือจากโตโยต้าแล้ว ค่ายรถยนต์อื่นๆ ของญี่ปุ่น ก็มีผลประกอบการไปในทางบวกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนิสสัน หรือมาสด้า ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นได้ชัดเจนว่า นโยบายเศรษฐกิจแบบ “อาเบะโนมิกส์” นั้นสามารถช่วยภาคเอกชนได้อย่างดีทีเดียว
โดยเฉพาะการแทรกแซงค่าเงินเยนผ่านการอัดฉีดเงินในนโยบายทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ส่งผลให้ค่าเงินเยนตลอดปีที่ผ่านมานั้นอยู่ในทิศทางอ่อนค่าตลอดทั้งปี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลักอย่างเงินเหรียญสหรัฐ
เนื่องจากเอกชนญี่ปุ่นอาศัยการขายสินค้าในต่างประเทศเป็นสำคัญ ดังนั้นค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงจึงส่งผลต่อผลกำไรของบริษัทอย่างชัดเจน เนื่องจากเมื่อแลกเปลี่ยนจากเงินสกุลต่างประเทศกลับมาเป็นค่าเงินเยนนั้นจะทำให้มีผลกำไรมากยิ่งขึ้น
แต่ทว่าสำหรับการแทรกแซงค่าเงินของญี่ปุ่นนั้นก็กำลังทำให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลต้องนำเข้าพลังงานทดแทนพลังงานจากนิวเคลียร์ที่ขาดหายไปหลังวิกฤตฟูกุชิมาเมื่อต้นปี 2011
ดังนั้น การแทรกแซงค่าเงินของญี่ปุ่นจึงส่งผลดีต่อภาคเอกชนที่เน้นการส่งออก แต่ไม่ดีต่อดุลการค้าของประเทศนัก







