
จีนอัดสภาพคล่องล้านล.ลดความตึงเครียดตลาดเงิน
ทีมข่าวต่างประเทศ
ทีมข่าวต่างประเทศ
ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินเมื่อวันที่ 21 ม.ค. เป็นมูลค่า 2.55 แสนล้านหยวน (1.275 ล้านล้านบาท) ถือเป็นการอัดฉีดในวันเดียวที่มีมูลค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2013 เป็นต้นมา ลดความตึงเครียดในตลาดหลังดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นพุ่งกระฉูดก่อนหน้าเทศกาลตรุษจีน
ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดผ่านทางธุรกรรมการซื้อพันธบัตร โดยมีสัญญาขายคืน (รีเวิร์ส รีโป) ระยะ 7 วัน เป็นมูลค่า 7.5 หมื่นล้านหยวน และระยะ 21 วัน ที่ 1.80 แสนล้านหยวน เพื่อลดความตึงเครียดในตลาดลงหลังจากที่อัตราดอกเบี้ยการซื้อคืนพันธบัตรระยะ 7 วัน พุ่งขึ้นไปอย่างน่ากลัวในช่วงก่อนหน้านี้ อันเป็นผลมาจากนักลงทุนต่างทยอยถอนทุนออก เพื่อเข้าไปลงทุนในหุ้นไอพีโอแทน นอกจากนั้น ธนาคารพาณิชย์อีกหลายแห่งสำรองทุนไว้สำหรับเทศกาลตรุษจีนที่กำลังมาถึงด้วย โดยคาดว่าจะมีประชาชนต้องการใช้เงินจำนวนมาก
หลังจากการประกาศของธนาคารกลางจีนเมื่อวานนี้ ได้ทำให้อัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 7 วัน (รีโป เรต) ซึ่งเป็นมาตรวัตรความคล่องตัวของกระแสเงินกู้ระหว่างธนาคารของจีนนั้นปรับลดลงมาทันที 0.88% มาอยู่ที่ 5.44% ที่ตลาดเซี่ยงไฮ้ หลังจากที่ในวันก่อนหน้านั้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวปรับขึ้นไปในวันเดียวถึง 1.53% ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 7 เดือน
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าการประกาศอัดฉีดในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของธนาคารกลางจีนที่จะลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในตลาดการกู้ยืมระหว่างธนาคาร และยังเป็นการช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เกิดกระแสความวิตกว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ในตลาดจีนนั้นมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นหนี้สูญ แม้ว่าที่ผ่านมาจะถือว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น (เอ็มเอ็มอาร์) ของจีนจะพุ่งสูงขึ้นเป็นปกติในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนเป็นประจำก็ตาม
หูยี่ฟาน หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำบริษัท ไห่ตง อินเตอร์เนชั่นแนล ซิเคียวริตี้ กรุ๊ป ในฮ่องกงให้ความเห็นว่า เป็นที่ชัดเจนว่าตลาดเงินของจีนมีความเปราะบางอย่างยิ่ง ดังนั้นธนาคารกลางจีนจึงจำเป็นต้องอัดฉีดกระแสเงินเข้าสู่ระบบเพื่อผ่อนคลายภาวะตึงเครียดในกระแสเงินที่เกิดขึ้น โดยอย่างน้อยที่สุดก็ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนนี้
ทั้งนี้ ธนาคารจีนได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดผ่านทางธุรกรรมการซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืนระยะ 21 วัน ที่อัตราดอกเบี้ย 4.7% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ธนาคารกลางจีนใช้ช่องทางนี้เพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบนับตั้งแต่ปี 2005 ทีเดียว
นอกจากนั้น ยังได้อัดฉีดผ่านทางธุรกรรมการซื้อพันธบัตรที่สัญญาขายคืนระยะ 7 วัน ที่อัตราดอกเบี้ย 4.1% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมเมื่อครั้งวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา
“ปริมาณการอัดฉีดถือว่ามากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งตลาดคาดว่าปริมาณการอัดฉีดจะอยู่ที่ระห่าง 12 แสนล้านหยวนเท่านั้น” เช็งฉิงเช็ง นักวิเคราะห์ จากธนาคารเอเวอร์โกรววิงในเซี่ยงไฮ้ให้ความเห็น
ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารขนาดเล็กสามารถเข้าถึงเม็ดเงินจากธนาคารจีนในครั้งนี้ผ่านกลไกการปล่อยกู้ถาวร ของธนาคารกลางจีน (เอสแอลเอฟ) ได้ทันทีเมื่ออัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 7 วันพุ่งขึ้นไปเกินกว่า 7%
เจ้อก๊วกเหลียง นักวิจัยประจำธนาคารแบงก์ออฟไชน่าในฮ่องกง ให้ความเห็นว่า เป้าหมายการอัดฉีดของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะอยู่ที่ธนาคารขนาดเล็กเป็นหลักเนื่องจากธนาคารเหล่านี้มักจะขาดสภาพคล่องรุนแรงในช่วงก่อนที่เทศกาลตรุษจีนจะมาถึง
ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้คัมโปสิต ดีดตัวขึ้นรับข่าวดีจากธนาคารกลางจีนในครั้งนี้ที่ 17.06 จุด หรือ 0.86% ไปปิดที่ 2,008.31 จุด โดยได้รับแรงผลักดันจากการปรับขึ้นของหุ้นในกลุ่มธนาคารต่างๆ ของจีน







