posttoday
เวิลด์มอนิเตอร์

เวิลด์มอนิเตอร์

20 มกราคม 2557

เคียฟ (บลูมเบิร์ก) — การชุมนุมตามท้องถนนในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครนปะทุรุนแรงขึ้นอีกระลอก เหตุเพราะส่วนใหญ่ไม่พอใจกฎใหม่ของรัฐบาลที่มุ่งควบคุมไม่ให้ประชาชนออกมาประท้วง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้กระสุนยางและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุมต่างโยนระเบิดเสียงและระเบิดควันเข้าหากันอย่างดุเดือด จนทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 100 คนจากการปะทะกันล่าสุด

เคียฟ (บลูมเบิร์ก) — การชุมนุมตามท้องถนนในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครนปะทุรุนแรงขึ้นอีกระลอก เหตุเพราะส่วนใหญ่ไม่พอใจกฎใหม่ของรัฐบาลที่มุ่งควบคุมไม่ให้ประชาชนออกมาประท้วง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้กระสุนยางและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุมต่างโยนระเบิดเสียงและระเบิดควันเข้าหากันอย่างดุเดือด จนทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 100 คนจากการปะทะกันล่าสุด

ไฟแนนเชียลไทมส์ — คริสทีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แสดงความวิตกกังวลว่าการกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียมกันจะกลายเป็นปัจจัยคุกคามสำคัญต่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของเศรษฐกิจโลก โดยประชาชนในหลายประเทศยังไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับประเด็นหลักในการประชุมเศรษฐกิจโลก (เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม) ที่เมืองดาวอสในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเน้นย้ำเรื่องช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน

ซีเอ็นบีซี — อ็อกซ์แฟม องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ต่อสู้เพื่อความยากจนเปิดเผยรายงานการศึกษาที่พบว่าปริมาณทรัพย์สินของมหาเศรษฐี 85 คนทั่วโลกในปัจจุบัน มีมูลค่าเท่ากับทรัพย์สินในความครอบครองของประชากรยากจน 3,500 ล้านคนทั่วโลก ขณะที่ความมั่งคั่งของคนรวยที่มีสัดส่วนเพียง 1% ของประชากรโลกมีมูลค่าถึง 110 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 65 เท่าของทรัพย์สินของครึ่งหนึ่งของประชากรระดับล่างทั่วโลก โดยอ็อกซ์แฟมชี้ว่าผลลัพธ์ครั้งนี้กำลังแสดงให้เห็นความไม่เสมอภาคทางการกระจายทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่จำกัดการเข้าถึงเฉพาะคนรวย ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

กัวลาลัมเปอร์ (เอเอฟพี) — อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านวัย 66 ปีของมาเลเซียแสดงความตกใจปนงุนงง หลังด่านตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินนานาชาตินาริตะของญี่ปุ่นห้ามไม่ให้ตัวเองเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากคดีรักร่วมเพศและคดีทุจริตคอร์รัปชั่นในปี 1999 โดยอันวาร์ได้ประท้วงต่อความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น พร้อมว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สมเหตุสมผลเนื่องจากตนได้เดินทางเยือนญี่ปุ่นแล้ว 3 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2006 โดยไม่เคยเกิดปัญหาใด ด้านผู้สนับสนุนของอันวาร์ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมาเลเซียอาจอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย