posttoday
ไอเอ็มเอฟเตือนยุติคิวอี ตัวการขวางศก.โลกฟื้น

ไอเอ็มเอฟเตือนยุติคิวอี ตัวการขวางศก.โลกฟื้น

19 มกราคม 2557

ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจสำคัญรอบสัปดาห์ ต้องยกให้กับการประกาศเตือน

ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจสำคัญรอบสัปดาห์ ต้องยกให้กับการประกาศเตือนของ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ระบุให้ธนาคารกลางสหรัฐและยุโรป เพิ่มความระมัดระวังเรื่องการยุติการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) เนื่องจากมองว่าหากยุติมาตรการเร็วเกินไปจะส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบการเงินจนกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไอเอ็มเอฟ มองว่า เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีทิศทางฟื้นตัวเชิงบวก อันเป็นผลจากการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและยุโรป ทว่าขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลกยังเสี่ยงเกิดภาวะเงินฝืด เห็นได้จากตัวเลขเงินเฟ้อของหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ที่ยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าของธนาคารกลางซึ่งอาจเป็นปัจจัยอันตรายต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกในอนาคต

ความเห็นดังกล่าว นับว่าสอดคล้องกับรายงานล่าสุดของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปีนี้ เพิ่มเป็น 3.2% จาก 2.4% เมื่อปี 2013 หลังเศรษฐกิจสหรัฐและจีนฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจสหรัฐจะสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 2.8% และจีนยังสามารถรักษาระดับการเติบโตไว้ที่ 7.7% ขณะที่จีดีพีของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะอยู่ที่ 2.2% จากเดิม 1.3% และจีดีพีของประเทศกำลังพัฒนาจะปรับขึ้นอยู่ที่ 5.3% จาก 4.8% ขณะที่ 17 ชาติสมาชิกยูโรโซนจะหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจหดตัวด้วยการเติบโตที่ 1.1%

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างสดใส สถานการณ์ทางการเมืองในหลายประเทศทั่วโลกกลับร้อนระอุต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่วิกฤตการเมืองในบังกลาเทศที่ยังไร้ทางออก หลังพรรคฝ่ายค้าน ประกาศคว่ำบาตรคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ชีค ฮาซินา ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งครั้งใหม่เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เนื่องจากมองว่าการเลือกตั้งดังกล่าวไม่มีความโปร่งใส จึงเดินหน้าเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยที่ไม่มีพรรครัฐบาลของฮาซินาอยู่ในอำนาจ

ขณะที่ในอียิปต์เกิดเหตุระเบิดหลายระลอกในระหว่างการเปิดคูหาลงคะแนนประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอียิปต์ ซึ่งทางฝ่ายค้านประกาศ คว่ำบาตร เนื่องจากมองว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว จะเป็นการให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย โดยคาดว่าจะรู้ผลประชามติในวันที่ 18 ม.ค.

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์