posttoday
จะสูงไปถึงไหน

จะสูงไปถึงไหน

19 มกราคม 2557

ตึกระฟ้าที่บดบังทัศนียภาพอันสวยงามกำลังเป็นที่นิยมสร้างกันมากตามเมืองขนาดใหญ่และเล็กของจีน

ตึกระฟ้าที่บดบังทัศนียภาพอันสวยงามกำลังเป็นที่นิยมสร้างกันมากตามเมืองขนาดใหญ่และเล็กของจีน การสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ท้องถิ่นตัวเองด้วยการสร้างอาคารที่มีความสูงเป็นอันดับหนึ่งของพื้นที่ต่างๆ ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ตึกระฟ้าบางแห่งสามารถใช้ความเร็วในการสร้างอาคาร 1 ชั้นภายในเวลาเพียงแค่ 4 วัน ฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง แต่ก็มีคำถามตามมาว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดในการสร้างอาคารสูงเหล่านี้

ผลการสำรวจจากรายงานตึกระฟ้าในเมือง ชี้ให้เห็นว่า บรรดาตึกระฟ้าทั่วโลกที่กำลังสร้างกันอย่างขะมักเขม้นอยู่นั้น ร้อยละ 87 ตั้งอยู่ในประเทศจีน คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้านี้ ตึกระฟ้าที่มีอยู่ในประเทศแห่งนี้จะมีมากกว่า 800 แห่ง หรือคิดเป็น 4 เท่าของตึกระฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่น่าสังเกตก็คือ กว่าร้อยละ 80 ของตึกเหล่านี้สร้างอยู่ในพื้นที่ที่เศรษฐกิจไม่เฟื่องฟู แต่เงินลงทุนรวมที่ใช้ในโครงการก่อสร้างเหล่านี้สูงขึ้นไปแตะที่ระดับ 1.7 ล้านล้านหยวนทีเดียว

จะสูงไปถึงไหน

 

หลังจากผ่านการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมมายาวนานกว่า 30 ปีเศษ สิ่งที่เติบโตขึ้นพร้อมๆ กับตัวเลขทางเศรษฐกิจก็คือ ความภาคภูมิใจของผู้คนที่นับวันจะมีความเป็นอยู่ที่ได้รับการยกระดับมากขึ้น พื้นที่หลายแห่งต่างเลือกที่จะสร้างตึกระฟ้าเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างน้อยก็ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นความก้าวล้ำนำสมัยผ่านสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล จึงไม่แปลกที่จะเห็นตึกระฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี การผุดขึ้นของตึกระฟ้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นดัชนี้ชี้วัดความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเสียทีเดียว เห็นได้จากเมืองที่ไม่ได้มีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงหลายแห่ง ต่างมีโครงการสร้างอาคารสูงหลายแห่งไม่แพ้เมืองใหญ่ แม้แต่มณฑลที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจในลำดับรองอย่างเขตปกครองกวางสียังมีแผนการสร้าง Asia Financial Center ที่มีความสูงระดับ 528 เมตร ซึ่งสูงกว่าอาคาร Shanghai World Financial Center ในเซี่ยงไฮ้ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ปรากฏการณ์เช่นนี้ชวนให้ฉุกคิดถึงการพัฒนาเมืองอย่างไร้ทิศทางของบรรดาเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กของประเทศที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

ที่น่าสนใจก็คือ การพัฒนาในลักษณะที่ว่านี้ กว่าครึ่งหนึ่งเป็นความต้องการของรัฐบาลท้องถิ่นที่ใช้เป็นช่องทางในการแสดงผลงานการบริหารท้องถิ่นให้เป็นที่ประจักษ์ ผู้นำท้องถิ่นหลายคนมักมีทัศนคติต่อการบริหารที่ว่า “ไม่ว่าเมืองจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ร่ำรวยหรือยากจน หากไม่มีการสร้างตึกระฟ้าก็ขาดความล้ำสมัย และยังถือเป็นการเสียหน้า ไม่มีผลงานโดดเด่น สิ่งปลูกสร้างที่ว่านี้คือสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและผลงานการบริหารที่ทรงพลัง” จึงเป็นที่มาของการสร้างตึกระฟ้าในเมืองหลายแห่งทั่วประเทศ

จะสูงไปถึงไหน

 

ยิ่งตามเมืองระดับรองด้วยแล้ว จะเห็นการสร้างตึกระฟ้าหนาตาอย่างมาก แม้แต่เมืองที่มีขนาดเล็กที่มีประชากรเพียงไม่กี่ล้านคน ยังเร่งมือสร้างกันอย่างขวักไขว่ ปรากฏการณ์ที่ว่า ขณะเริ่มสร้างมีความสูงที่สุด ระหว่างการสร้างถูกลบสถิติ พอสร้างเสร็จก็ไม่ได้อยู่ในระดับท็อปเท็นของท้องถิ่น ก็มีให้เห็นเป็นประจำ การประชันขันแข่งกันสร้างสถิติตึกสูงโดยไม่คำนึงถึงงบประมาณที่บานปลายเช่นนี้ หากเป็นในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น ก็คงเป็นแค่เพียงความฟุ่มเฟือยที่แสดงให้เห็นถึงความมีเงินเหลือใช้ ทว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจทั่วโลกรวมทั้งประเทศจีนต่างอยู่ในช่วงขาลงเช่นนี้ การสร้างตึกระฟ้าที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลย่อมเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นเท่าใดนัก

นี่ยังไม่นับรวมถึงความปลอดภัยในการใช้อาคารและผลกระทบต่อพื้นที่ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งโดยมากมักประสบภาวะพื้นทรุด เช่น เขตลู่เจียจุ่ยในเซี่ยงไฮ้ถือเป็นย่านธุรกิจที่มีตึกระฟ้าราว 100 แห่งตั้งตระหง่านอยู่ ในจำนวนนี้มีตึกสูงที่ติดอันดับต้นๆ ของโลกอยู่หลายแห่ง แต่การมีชื่อเสียงโด่งดังที่ต้องแลกด้วยความเสียหายของพื้นดินบริเวณโดยรอบที่ต้องแบกรับน้ำหนักตึกสูงเหล่านี้ จนเกิดเป็นรอยร้าวหลายแห่งก็ถือเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ ภัยนานาชนิดที่เกิดขึ้นกับตึกสูง ยังส่งผลต่อสวัสดิภาพของผู้ใช้อาคารอีกด้วย หากไม่มีแนวทางรับมือที่ถูกต้อง

การประกาศศักดาด้วยการสร้างตึกระฟ้าที่มีความสูงระดับโลกเพื่อให้ชาวโลกได้ชื่นชม ดังที่หลายฝ่ายกำลังปฏิบัติกันอยู่ในขณะนี้ ถือเป็นแนวคิดที่ไร้เดียงสามาก เพราะการสร้างภาพลักษณ์ให้คนทั่วไปได้รู้จักเมืองแห่งต่างๆ นั้นอยู่ที่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย สภาพแวดล้อม การคมนาคม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ต่างหากถึงเป็นมาตรฐานที่บ่งบอกถึงความเจริญที่ยั่งยืนของเมือง ไม่ใช่ตึกระฟ้าที่สูงแบบไร้คุณภาพ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง