
ขู่คว่ำบาตรยูเครน
มะกันโต้รัฐสลายการชุมนุมชมม็อบกล้าสู้เพื่อความหวัง
มะกันโต้รัฐสลายการชุมนุมชมม็อบกล้าสู้เพื่อความหวัง
วุฒิสภาสหรัฐขู่กร้าวคว่ำบาตรยกเลิกวีซ่ารัฐบาลยูเครน ตอบโต้การใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วง
บ็อบ เมเนนเดซ ประธานคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศ ของวุฒิสภาสหรัฐ ออกโรงเตือนเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า สหรัฐอาจพิจารณามาตรการคว่ำบาตรและระงับการให้วีซ่าบรรดาผู้นำรัฐบาลยูเครน เพื่อตอบโต้กรณีที่รัฐบาลกรุงเคียฟดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช ซึ่งนับเป็นการขู่ลงโทษทางการทูตเป็นครั้งแรกต่อยูเครน ประเทศพันธมิตรสำคัญของรัสเซีย
“คณะกรรมาธิการไม่ได้หูหนวกตาบอดจนไม่เห็นความกล้าหาญของประชาชนชาวยูเครน ซึ่งออกมาชุมนุมเรียกร้องถึงความหวังและเสรีภาพบนท้องถนน และโลกก็จับตาดูอยู่ด้วยเช่นกัน” เมเนนเดซ กล่าว
สำหรับท่าทีแข็งกร้าวของสหรัฐครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่ชาวยูเครนราว 5 หมื่นคน ออกมาชุมนุมครั้งล่าสุดในกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อต่อต้านการใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง ยูริ ลุทเชนโก ผู้นำฝ่ายค้านและอดีตรัฐมนตรีของยูเครนด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐแสดงความผิดหวังอย่างชัดเจนกรณีที่ประธานาธิบดียานูโควิช ปฏิเสธการลงนามข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ทว่ากลับหันไปกระชับสัมพันธ์กับรัสเซีย ซึ่งเคยเป็นอดีตประเทศสหภาพโซเวียตร่วมกันมา ซึ่งการตัดสินใจของรัฐบาลยูเครน ได้ก่อให้เกิดการประท้วงใหญ่ตามมาอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ วิกตอเรีย นูแลนด์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ฝ่ายกิจการยุโรป กล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศกำลังพิจารณามาตรการต่างๆ ที่เป็นไปได้ เพื่อตอบโต้รัฐบาลยูเครนที่ใช้กำลังกับประชาชนของตนเอง
ทางด้านศาลในกรุงเคียฟ ได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการรวมตัวชุมนุมประท้วงในใจกลางเมืองหลวงของประเทศจนถึงวันที่ 8มี.ค. โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าว ส่งผลให้ผู้นำกลุ่มผู้ประท้วงประธานาธิบดียานูโควิชกังวลว่า เจ้าหน้าที่รัฐกำลังเตรียมที่จะใช้กำลังเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอยู่ที่จัตุรัสอิสรภาพอีกครั้ง ทว่ากระทรวงกลาโหมยูเครนได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวดังกล่าวแล้ว







