posttoday
ต่างชาติชี้วิกฤตไทยพาพม่าจมฉุดแผนพัฒนาปท.ชะงัก

ต่างชาติชี้วิกฤตไทยพาพม่าจมฉุดแผนพัฒนาปท.ชะงัก

16 มกราคม 2557

สำนักข่าวอิระวดีของพม่าเปิดเผยบทความกึ่งวิเคราะห์ อ้าง จอห์น ริชาร์ดสัน นักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรม

ทีมข่าวต่างประเทศ

สำนักข่าวอิระวดีของพม่าเปิดเผยบทความกึ่งวิเคราะห์ อ้าง จอห์น ริชาร์ดสัน นักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรม ซึ่งทำรายงานให้กับบริษัทวิจัยอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระหว่างประเทศ (ไอซีไอเอส) ระบุว่า วิกฤตการเมืองไทยที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของพม่าตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความพยายามยกระดับขีดความสามารถการพัฒนาประเทศของพม่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ริชาร์ดสัน แสดงความเห็นว่า วิกฤตการเมืองไทยไม่เพียงแต่ส่งผลให้การทำงานของรัฐบาลและบริการของหน่วยงานภาครัฐของไทยต้องหยุดชะงักลง ซึ่งทำให้โครงการลงทุนเพื่อพัฒนาในด้านต่างๆ ของไทย ทั้งด้านปิโตรเคมี โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมทั้งแบบรางและถนนเพื่อเชื่อมต่อประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะแผนการสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อลาว จีน พม่าและมาเลเซีย ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดแล้ว ยังส่งผลให้ความพยายามผลักดันโครงการร่วมทุนพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายระหว่างไทยและพม่าต้องหยุดชะงักลงอีกด้วย

“โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยส่งเสริมให้การเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการระหว่างจีน ไทย พม่า เวียดนาม ลาวและกัมพูชา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทว่าขณะนี้ยังคงมีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านของไทยอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากขณะที่รัฐบาลมองว่าต้องเร่งพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับประเทศให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อมต่อกับจีน แต่ฝ่ายค้านกลับมองว่าแผนดังกล่าวขาดแคลนการพิจารณาข้อดีและข้อเสียอย่างรอบด้านและเสี่ยงต่อการทุจริตอีกด้วย” รายงานระบุ

นอกจากนี้ การชะลอแผนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางระบบรางและถนนเชื่อมต่อไทยกับพม่า ยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกของพม่าอีกด้วย เนื่องจากเครือข่ายทางคมนาคมดังกล่าว จะช่วยผลักดันให้การขนส่งสารประกอบทางเคมีและโพลิเมอร์จากพม่าไปยังพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลในจีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

กระนั้นก็ตาม คอลลินน์ เรย์โนลด์ส ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมพลังงาน มองว่า ในขณะเดียวกันพม่าก็ได้รับอานิสงส์จากวิกฤตทางตันทางการเมืองไทยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากภาวะสุญญากาศการเมืองไทย ส่งผลให้แผนดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมาร่วมทุนในโครงการสัมปทานขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 22 จุดของไทย ในปีนี้ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งอาจผลักดันให้นักลงทุนกลุ่มนี้ หันมองโอกาสการลงทุนในประเทศอื่นๆ ซึ่งรวมถึงพม่า ที่จะมีการเปิดสัมปทานในปีนี้แทน

นอกเหนือจากผลกระทบต่อแผนพัฒนาประเทศของพม่าแล้ว รายงานระบุอีกว่า เหตุวุ่นวายทางการเมืองของไทยกำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อไทยในฐานะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาค และในฐานะศูนย์กลางเชื่อมต่อจีนและชาติอาเซียนอีกด้วย

“นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเริ่มส่งสัญญาณถึงความกังวลในสถานการณ์ทางการเมืองไทย เนื่องจากเหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาลมีความยืดเยื้อนานหลายเดือน ซึ่งอาจฉุดรั้งให้สภาพเศรษฐกิจประเทศอ่อนแอลง” รายงานระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท