
โลกเกาะติดชัตดาวน์"Bangkokalypse"
สื่อต่างประเทศตามติดชุมนุมปิดกรุงเทพฯ เชื่อพิฆาตเส้นทางจราจรเมืองกรุงเอาชนะโค่นรัฐบาลได้
สื่อต่างประเทศตามติดชุมนุมปิดกรุงเทพฯ เชื่อพิฆาตเส้นทางจราจรเมืองกรุงเอาชนะโค่นรัฐบาลได้
บรรดาสื่อต่างประเทศหลายสำนักทั่วโลกเดินหน้าเกาะติดสถานการณ์ชัตดาวน์เมืองหลวงของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเว็บไซต์โกลบอล โพสต์ ในสหรัฐพาดหัว Bankokalypse หรือ มหากรุงเทพฯวิบัติ : ม็อบปิดกรุงโค่นรัฐบาล ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อว่าการชัตดาวน์เมืองหลวงครั้งนี้จะสามารถขับไล่รัฐบาลได้
โกลบอล โพสต์ ระบุว่า แม้การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ จะเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากเนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว เสียงดังอื้ออึง และการจราจรที่หนาแน่นอย่างเลวร้าย ทว่าการจราจรในเมืองหลวงของไทยที่ว่าแย่อยู่แล้วกลับต้องย่ำแย่ลงอีก เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลพากันปิดล้อม 7 แยกสำคัญที่มีการจราจรคับคั่งที่สุดในเมืองหลวง ซึ่งยุทธศาสตร์ของกลุ่มผู้ชุมนุมก็คือ ปิดการสัญจรทั่วกรุงให้เลวร้ายจนรัฐบาลต้องเลื่อนการเลือกตั้ง และยอมส่งมอบอำนาจให้กับสภาประชาชน
“เราข้ามความหวั่นเกรง และผ่านความหวาดกลัวไปแล้ว เราไม่ต้องการให้ทหารทำรัฐประหาร แต่เราต้องการให้ประชาชนลงมือปฏิวัติด้วยตัวเอง” ขวัญ อิสสา วัย 48 ปี ผู้ชุมนุมที่เดินทางมาจาก จ.ชลบุรี กล่าว
ด้านเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างข้อมูลของทางการว่า บรรดาผู้ประท้วงหลายหมื่นคนต่างนอนค้างคืนกันกลางถนนที่ปิดแยกชุมนุม หลังจากที่ผู้คนราว 1.7 แสนคน เริ่มต้นการชัตดาวน์กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา
ทางด้านอิซาแบล อาร์ราดอน รองผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกขององค์การนิรโทษกรรมสากล (แอมเนสตี้) เรียกร้องให้ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ เคารพในหลักการสิทธิมนุษยชนและหลีกเลี่ยงความรุนแรงระหว่างการประท้วง ซึ่งตัวเลขของทางการระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มการชุมนุมขึ้นในเดือน พ.ย. ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 8 คน และบาดเจ็บราว 470 คน
อาร์ราดอน กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศไทยทวีความตึงเครียด ผันผวน และคาดการณ์ได้ยาก รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตขึ้นหากทุกฝ่ายไม่เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน
ขณะที่เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น มันนี รายงานอ้างบทวิเคราะห์ของธนาคารบาร์เคลย์ส ว่า ปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองไทยกำลังส่งผลกระทบถึงการกำหนดนโยบายทางการเงิน โดยอาจมีผลต่อการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
“แม้ปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกจะยังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตภายใน เช่น การท่องเที่ยวและการค้าปลีก กลับอ่อนแอลง” รายงานระบุ
ขณะเดียวกัน วิกฤตการณ์ทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังไม่จำกัดแค่ในประเทศไทยเท่านั้น โดยยังมีการชุมนุมประท้วงใหญ่ในกัมพูชา ซึ่งมีแรงงานภาคสิ่งทอหลายคนเสียชีวิตระหว่างปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ในบังคลาเทศก็มีความพยายามขัดขวางการเลือกตั้งจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ซีเอ็นเอ็น มันนี ระบุว่า ความไร้เสถียรภาพที่รุนแรงขึ้นอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจขยายวงไปทั่วเอเชีย ซึ่งหลายประเทศตลาดเกิดใหม่นั้นได้รับผลกระทบจากการเติบโตของจีนที่ชะลอตัวลง และการชะลอมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐอยู่แล้ว







