เปิดสูตรโต"วิลเลนดรอฟ"ชูสร้างอาชีพเพื่อนบ้าน
โจทย์สำคัญของการทำตลาดในลาวและประเทศเพื่อนบ้าน คือ ต้องเป็นธุรกิจที่ “สร้างอาชีพ”
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
แม้จะเพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจการตลาดขายตรงหลายชั้น (เอ็มแอลเอ็ม) มาได้เพียง 2 ปี แต่ “วิลเลนดรอฟ” แบรนด์เอ็มแอลเอ็มกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวน้องใหม่ของไทย ก็ได้รับโอกาสและจังหวะที่ดีเข้าไปชิมลางตลาดเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว
ธนากร บุญวิจิตร ประธานกรรมการบริษัท วิลเลนดรอฟ จำกัด เล่าว่า แท้จริงแล้วแผนการบุกตลาดอาเซียนอย่างเต็มตัวของเขายังไม่ใช่ตอนนี้ แต่เป็นหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 แต่เนื่องจากได้ “จังหวะ” คู่ค้าจากลาวเข้ามาชักชวนให้ไปช่วยต่อยอดธุรกิจ ทำให้เขาต้องตัดสินใจ “ลุย” ทันที
“อะไรที่คนไทยฮิต คนลาวก็จะฮิตตามไทย เพราะได้เห็นผ่านสื่อช่องทางต่างๆ เขามาแสดงให้เราเห็นว่าได้นำสินค้าเครื่องสำอางของเราไปขายมาแล้วระยะหนึ่ง แล้วได้รับผลตอบรับดี จึงอยากให้เราไปช่วยต่อยอดธุรกิจในรูปแบบเอ็มแอลเอ็มต่อ โดยอาสาว่าจะเป็นคนดูแลเรื่องกฎหมายและลู่ทางในลาวให้”
โจทย์สำคัญของการทำตลาดในลาวและประเทศเพื่อนบ้าน คือ ต้องเป็นธุรกิจที่ “สร้างอาชีพ” ธนากร วิเคราะห์ว่า คนส่วนใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนาต้องการวิชาชีพไปประกอบธุรกิจของตัวเอง เนื่องจากที่ผ่านมาคนจำนวนมากทำงานเป็นแรงงาน ขณะที่คนเปิดร้านอะไรสักร้านได้จะกลายเป็นคนรวยขึ้นมาทันที คนในประเทศเหล่านี้จึงเริ่มคิดว่า “เปิดร้านได้ก่อน รวยก่อน”
การรุกตลาดลาวในปี 2557 นี้ เขาจึงวางเป้าหมาย พัฒนาคนธรรมดาให้มีความรู้ โดยมีสินค้าของวิลเลนดรอฟเป็นตัวตีตลาด จากนั้นก็เริ่มทำการสร้าง “นักการตลาด” ไม่ใช่แค่ “เซลส์แมน”
“เราจะไม่ปลูกฝังให้คนลาวกลายเป็นเซลส์แมนที่พยายามขายของทุกอย่าง ทั้งที่ลูกค้าอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ แต่เราจะปลูกฝังให้เขาเป็นนักการตลาด สร้างความสัมพันธ์แก่ลูกค้าใหม่ๆ ให้เหมือนครอบครัว และพยายามอธิบายความสำคัญของสินค้า ไม่ใช่แค่มาเพื่อขาย สุดท้ายลูกค้าจะกลับมาด้วยความสบายใจ”
นอกจากนั้น เขาจะพยายามชี้ให้คนลาวเข้าใจว่า การเปิดหน้าร้านไม่ใช่เพียงทางออกเดียวในการทำธุรกิจ ตรงกันข้าม หากเริ่มเปิดหน้าร้านโดยไม่มีชื่อเสียงใดๆ เลยมาก่อน จะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก เช่น เซ้งตึก เช่าร้าน ตกแต่งร้าน โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีกำไรกลับมาสู่ธุรกิจหรือไม่ ขณะที่การทำธุรกิจเอ็มแอลเอ็มจะทำให้เขาเริ่มต้นได้ด้วยกระเป๋าเพียงใบเดียว
เมื่อดำเนินธุรกิจลักษณะนี้ไประยะหนึ่ง ธนากร เชื่อว่า การบอกเล่าปากต่อปากจะเกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่เป็นสมาชิกมีรายได้และชื่อเสียงมากขึ้น สามารถต่อยอดด้วยการเปิดร้านเสริมสวยหรือเปิดหน้าร้านสำหรับขายสินค้าของวิลเลนดรอฟต่อไปได้ในอนาคต
แต่ก่อนจะให้โมเดลเปิดร้านเสริมสวยหรือเปิดหน้าร้านไปต่อยอดได้ในลาว เขาจำเป็นต้องสร้างโมเดลนี้ในไทยให้แข็งแกร่งก่อน ในปี 2557 นี้ เขาจึงวางแผนจะเปิดร้านขายสินค้าของวิลเลนดรอฟโดยเฉพาะทั้งสิ้น 10 สาขา โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นร้านแบนสแตนด์อโลนหรือร้านในห้าง เพื่อเป็นแบบอย่างให้คู่ค้าและสมาชิกในลาวไปปรับใช้
“เราอยากให้คนมองร้านของเราเป็นเหมือนร้านสะดวกซื้อ คือไม่กลัวที่จะเข้า และรู้สึกว่าเข้าเมื่อไหร่ก็ได้สิ่งของที่ต้องการ”
ขณะเดียวกัน จะใช้ศูนย์สาขาของวิลเลนดรอฟที่เพิ่งเปิดในเวียงจันทน์เป็นสถานที่ในการอบรมสร้างอาชีพให้แก่คนในลาว 3 หลักสูตร 1.หลักสูตรมาส์คหน้า 2.หลักสูตรนวดสลายไขมัน 3.หลักสูตรแต่งหน้า เพื่อให้สมาชิกสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพ
ในช่วงต้นปี 2557 นี้ ธนากรจะเข้าไปลองศึกษาสภาพตลาดธุรกิจในลาวอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาจัดอีเวนท์ จัดโปรโมชั่นและกิจกรรมการตลาดอื่นๆ ในลาวต่อไป เบื้องต้น เชื่อว่าบริษัทจะต้องลงทุน “ให้ก่อน” เช่น ให้อบรมหลักสูตรต่างๆ ฟรี เนื่องจากรายได้พื้นฐานของคนลาวไม่สูงนัก การให้ก่อนจะทำให้เกิดการภักดีต่อแบรนด์สินค้า (Brand Loyalty) ตามมา
สำหรับแผนการบุกตลาดในประเทศอื่นๆ นับจากนี้ เขาคงไม่รีบร้อนมากนัก เพราะอยากให้ธุรกิจโตไปอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดในหลายประเทศ เช่น กัมพูชา พม่า เวียดนาม ยังมีปัญหาอยู่มาก คนไม่ถนัดและยังขาดความรู้เรื่องเอ็มแอลเอ็ม หากจะขยายธุรกิจในเร็วๆ นี้น่าจะเป็นที่อินโดนีเซีย เนื่องจากเพิ่งมีนักธุรกิจซึ่งเป็นญาติของคนในรัฐบาลอินโดนีเซียติดต่อมาขอเป็นคู่ค้า







