ต่างชาติจับตาการเมืองไทยจุดชนวนปฏิวัติ
สื่อต่างชาติจับตาสถานการณ์การเมืองไทย วิตกอาจเป็นการจุดชนวนไปสู่การรัฐประหารครั้งใหม่
สื่อต่างชาติจับตาสถานการณ์การเมืองไทย วิตกอาจเป็นการจุดชนวนไปสู่การรัฐประหารครั้งใหม่
สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักต่างจับตาบรรยากาศการเมืองไทยอันร้อนระอุ ขณะใกล้ถึงวันชุมนุมใหญ่ปิดกรุงเทพฯ 13 ม.ค. ซึ่งหลายฝ่ายต่างหวาดวิตกว่าจะเป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่การทำรัฐประหารอีกครั้งในรอบ 8 ปี
บลูมเบิร์กรายงานว่าวิกฤตการณ์ทางการเมืองอาจทวีความเลวร้ายลงอีก เมื่อกลุ่มกปปส. เตรียมชุมนุมใหญ่ปิดกรุงเทพฯ ถึงในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางข่าวลือถึงรัฐประหารรอบใหม่ หลังจากที่เคยเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในไทยนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา
รายงานยังได้อ้าง ราจีฟ บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทวิเคราะห์ไอเอชเอส ที่ออกรายงานเตือนให้บรรดาบริษัทต่างชาติในประเทศไทยเตรียมพร้อมรับมือกรณีที่อาจเกิดภาวะเลวร้ายที่สุดขึ้น โดยต้องมีแผนสำรองฉุกเฉินเอาไว้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงของประชาชน หรืออาจเกิดรัฐประหารครั้งใหม่ขึ้น
ขณะที่ไมเคิล มอนเตซาโน นักวิชาการแลกเปลี่ยนจากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์ กล่าวว่า ลำพังเพียงการชุมนุมนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้รักษาการณ์นายกรัฐมนตรีลงจากตำแหน่ง ทว่าต้องมีการเข้าแทรกแซงบางรูปแบบออกมา และการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ก็เป็นที่ชัดเจนว่าต้องการปลุกเร้าให้เกิดวิกดฤตการณ์ขึ้น
ด้านรอยเตอร์สรายงานว่า รัฐบาลรักษาการณ์ของไทยยังคงปฏิเสธอย่างหนักแน่นถึงข่าวลือเรื่องรัฐประหาร ก่อนที่จะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.
นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังยืนยันด้วยว่าคำเตือนของสถานทูตสหรัฐที่แนะนำให้พลเมืองอเมริกันตุนน้ำและอาหารนาน 2 สัปดาห์ เพื่อเตรียมพร้อมกรณีหากการชัตดาวน์ยืดเยื้อนั้น เป็นความห่วงกังวลมากเกินไป และย้ำว่าประชาชนจะยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ทั้งนี้ หลายประเทศยังคงเดินหน้าออกโรงเตือนพลเมืองของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเกรงว่าการชุมนุมจะยกระดับไปสู่ความรุนแรง เช่น สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ที่ประกาศเตือนพลเมืองชาวสหรัฐที่อาศัยหรือกำลังท่องเที่ยวอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ระมัดระวังตัวและหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ๆ มีการชุมนุมและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ทางสถานทูตสหรัฐยังแนะนำให้พลเมืองวางแผนเตรียมตัวรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดย ให้มีเงินสดเพียงพอสำหรับใช้จ่ายในสัปดาห์สำหรับ 1 สัปดาห์ รักษาแบตเตอรี่ในโทรศัพท์มือถือให้เต็มอยู่เสมอ และตุน น้ำ อาหาร ยารักษาโรคให้เพียงพอสำหรับ 2 สัปดาห์
ด้านสถานทูตจีน ได้ประกาศเตือนผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. ให้ชาวจีนอยู่ห่างจากพื้นที่การชุมนุม และติดตามสถานการณ์ในวันที่ 13 ม.ค. อย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ที่ต้องไปสนามบินให้เพื่อเวลาสำหรับการจราจรที่ติดขัด และแนะนำให้ใช้แอร์พอร์ตลิ้งค์ นอกจากนี้ สถานทูตจีนได้ระบุว่า พลเมืองชาวจีนสามารถติดต่อสถานทูตเพื่อขอการคุ้มครองความปลอดภัยได้
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ประกาศเตือนชาวไต้หวันที่มีแผนจะเดินมายังประเทศไทยว่า ให้ระมัดระวังตัว


