
ทองคำปีม้า
ในปี 2013 ที่ผ่านมานั้น ราคาทองคำถือว่าทำผลงานได้ย่ำแย่มากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี อันเนื่องจากขาดแรงกระตุ้นจากปัญหาเงินเฟ้อโดยเฉพาะในสหรัฐ ที่แม้ว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับเงินเฟ้อกลับไม่หวือหวานัก อีกทั้งความต้องการทองคำในตลาดจีนที่ลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจแดนมังกรยังอยู่ในภาวะเชื่องช้าเช่นกัน
ในปี 2013 ที่ผ่านมานั้น ราคาทองคำถือว่าทำผลงานได้ย่ำแย่มากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี อันเนื่องจากขาดแรงกระตุ้นจากปัญหาเงินเฟ้อโดยเฉพาะในสหรัฐ ที่แม้ว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับเงินเฟ้อกลับไม่หวือหวานัก อีกทั้งความต้องการทองคำในตลาดจีนที่ลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจแดนมังกรยังอยู่ในภาวะเชื่องช้าเช่นกัน
ดังนั้น จึงเป็นที่คาดการณ์กันในวงกว้างว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปีนี้อาจจะเป็นอีกปีที่ทำผลงานได้ไม่ดีนัก แม้ว่าเศรษฐกิจเขตหลักๆ ของโลกโดยเฉพาะสหรัฐนั้นจะปรับตัวดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนักลงทุนให้น้ำหนักกับการเติบโตของตลาดทุนมากกว่า อีกทั้งธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มปรับลดคิวอีลงในเดือนนี้ทำให้ความหวั่นวิตกต่อปัญหาเงินเฟ้อยิ่งลดลงกว่าเดิม
กระนั้นก็ตามก็ยังมีนักวิเคราะห์บางส่วนที่ยังมองเห็นว่า ปี 2014 นี้อาจจะกลับกลายเป็นปีที่ตลาดทองคำเข้าสู่ภาวะกระทิงก็เป็นไปได้ เนื่องจากในขณะนี้ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำ โดยเมื่อปิดตลาดปี 2013 นั้นอยู่ที่ระหว่าง 1,200-1,250 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์เท่านั้น ซึ่งจากระดับราคาที่ถูกนี่เอง อาจจะกลายเป็นแรงดึงดูดให้นักลงทุนหวนเข้าสู่ตลาดทองคำเพื่อเก็งกำไรกันอีกครั้ง
เห็นได้จากที่เมื่อเปิดตลาดในช่วงต้นปีนี้ ราคาทองคำก็ปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ทีเดียว โดยไปอยู่ที่ 1,246.46 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
อาจจะกล่าวได้ว่า ในปีนี้ราคาทองคำอาจจะไม่พุ่งอย่างร้อนแรงเหมือนในช่วงหลายปีก่อน แต่จะเป็นตลาดที่ผันผวนจากการเก็งกำไรของนักลงทุน อันมีพื้นฐานจากระดับราคาที่ไม่แพงนัก ดังนั้น ภาวะกระทิงอาจจะกลับมาสู่ตลาดทองคำอีกครั้งหนึ่งในปีนี้







