
‘แบงก์ชาติ’ทางใครทางมัน
สหรัฐลดคิวอีแต่ที่อื่นยังต้องการใช้นโยบายสวนทางครั้งแรกในรอบ6ปี
สหรัฐลดคิวอีแต่ที่อื่นยังต้องการใช้นโยบายสวนทางครั้งแรกในรอบ6ปี
แบงก์ชาติทั่วโลกสวนกระแส แม้สหรัฐลดคิวอี แต่ญี่ปุ่นยุโรปยังต้องการ เปิดโอกาสนักลงทุนกว้างขึ้น
บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า ธนาคารกลางรายใหญ่ของโลกเริ่มเดินนโยบายคนละทางในปี 2014 นี้ หลังความต้องการทางเศรษฐกิจในแต่ละแห่งเริ่มแตกต่างกัน หมดยุคที่ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันแล้ว
เริ่มต้นด้วยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะได้หัวเรือคนใหม่อย่าง เจเน็ต เยลเลน นั้น จะเริ่มต้นการลดปริมาณกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอีในเดือนนี้ หลังจากที่เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น
ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) มีแนวโน้มที่จะลดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจลงเพื่อลดความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเป็นการหลีกเลี่ยงภาวะฟองสบู่ที่อาจจะเกิดขึ้น
ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) นั้น มีแนวโน้มที่จะอิงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอีในปี 2014 นี้ เพื่อกระตุ้นให้ระดับเงินเฟ้อของทั้งสองแห่งให้ฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ตั้งเป้าให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 2% ให้ได้ โดยธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะเริ่มการประชุมเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ธนาคารกลางรายใหญ่ของโลกเหล่านี้เริ่มจะมีทิศทางนโยบายที่ต่างกันออกไป หลังจากที่ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่วิกฤตการเงินในสหรัฐที่ลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกนั้น ธนาคารกลางเหล่านี้ได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไปในแบบเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า แม้ว่าธนาคารกลางบางแห่งจะเริ่มชะลอคิวอีลง แต่กระนั้นสำหรับธนาคารกลางบางแห่งก็ยังคงต้องการนโยบายนี้อยู่เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินฝืดที่รุมเร้าอย่างในญี่ปุ่น หรือกลุ่มยูโรโซนที่ต้องการการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมากที่สุด ณ เวลานี้
สกอต ธีล หัวหน้าทีมฝ่ายพันธบัตรของกองทุนแบล็กร็อก ในกรุงลอนดอน ให้ความเห็นว่า ความแตกต่างทางนโยบายของธนาคารกลางเหล่านี้ ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสมากขึ้นให้กับนักลงทุน
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ด้วยว่า จากผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวขึ้นนั้น จะช่วยส่งให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐน่าจะแข็งค่าขึ้นในปีนี้
สตีเฟน เจน ผู้ก่อตั้งร่วมกองทุน เอสแอลเจ มาโคร พาร์ตเนอร์ ในกรุงลอนดอน ให้ความเห็นว่า ค่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าขึ้นเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมานั้น สหรัฐได้ใช้นโยบายคิวอีต่อเนื่องหลายครั้ง ซึ่งทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงไปอย่างมาก
ขณะที่ ปิแอร์ ลาปวงต์ หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์และวิจัยตลาดทุนของบริษัท พาวิลเลียน โกลบอล มาร์เก็ต ในมอนทรีออล ให้ความเห็นว่า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนั้นกำลังแข็งแกร่งขึ้น คาดว่าจะทำให้ตลาดหุ้นทั้งในสหรัฐและต่างประเทศทำผลงานได้ไม่เลวในปีนี้ด้วย







