
ยุโรปหวั่นวิกฤตกรีซลุกลามทั่วภูมิภาค
รัฐบาลประเทศทั่วยุโรปกังวลสถานการณ์การเงินและเหตุจลาจลในกรีซจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ
รัฐบาลประเทศทั่วยุโรปกังวลสถานการณ์การเงินและเหตุจลาจลในกรีซจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ
บรรดารัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป ต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การด้านการเงินและเหตุจลาจลในกรีซ เนื่องจากหวั่นเกรงว่า วิกฤตหนี้สินของกรีซจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเงินยูโร และเศรษฐกิจของยุโรปโดยรวม
ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี แองเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี ซึ่งเป็นแกนนำหลักของยุโรปที่จะให้ความช่วยเหลือกรีซ ได้กล่าวว่า ชะตากรรมของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร อยู่บนความสุ่มเสี่ยงที่กำลังเกิดขึ้นกับกรีซ และประเทศอื่นๆ อาจได้รับผลสะเทือนหากความช่วยเหลือไม่ทันท่วงที
เช่นเดียวกับที่นายโอลลี เรห์น จากคณะกรรมาธิการการเงินของสหภาพยุโรปเตือนว่า ความจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้คือกำจัดวงวิกฤตกรีซไม่ให้ขยขายวงลุกลามไปทั่วยุโรป
ด้านนายโจเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป หรือ อีซี เตือนไม่ให้นักเก็งกำไรโจมตี่าเงินยูโรในช่วงวิกฤตเช่นนี้ โดยขู่ว่า อีซี อาจใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมนักเก็งกำไร หากมุ่งที่จะเก็งกำไรโดยปราศจากความรับผิดชอบ
ขณะที่นายกรัฐมนตรี ฟรองซัวส์ ฟิลยง แห่งฝรั่งเศส ยังเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรยังมีความแข็งแกร่ง และชี้ว่า ความพยายามที่จะโจมตีค่าเงินยูโรจะต้องพบกับความล้มเหลว เนื่องจากภาวะหนี้สินโดยรวมของสมาชิกประเทศที่ใช้เงินยูโรยังต่ำกว่าสหรัฐ หรือญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกลับแสดงความวิตกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ารัฐบาลในยุโรป หนึ่งในนั้นคือนายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ แห่งออสเตรเลียที่ชี้ว่า วิกฤตที่กำลังเดกิดขึ้นกับกรีซ เป็นส่งที่บ่งชี้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลกยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด ส่วนประธานาธิบดีคริสตินา เคิร์ชเนอร์ แห่งอาร์เจนตินาชี้ว่า จลาจลที่เกิดขึ้นกับกรีซเป็นภาพสะท้อนเหตุจลาจลในอาร์เจนตินา ภายหลังจากที่อาร์เจนตินาถูกลดระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินจากสถาบันต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่อปี 2544
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายสตีเฟน รอช ประธานบริษัทมอร์แกน สแตนลีย์ ชี้ว่า วิกฤตหนี้สินที่กำลังทวีความรุนแรงในยุโรปตอนใต้ ไม่ว่าจะเป็นที่กรีซ สเปน หรือโปรตุเกส มีความคล้ายคลึงกับวิกฤตการเงินที่เริ่มต้นขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2540 โดนเริ่มจากไทย และลุกลามไปยังอินโดนีเเซีย และเกาหลีใต้ เหตุการณ์ครั้งนั้นบ่งชี้ว่ ความช่วยเหลือให้กับประเทศหนึ่งๆ ไม่เพียงพอที่จะระงับวิกฤตที่กำลังก่อตัวในประเทศอื่นๆ ได้







