
ไปด้วยช่วยจ่าย
เจ้าแอพที่ว่านี้จะช่วยให้คนที่ต้องเดินทางเลือกใช้บริการสกูตเตอร์ได้ โดยอาศัยระบบจีพีเอสบนโทรศัพท์มือถือ เลือกปลายทางและบอกได้ว่าอยากให้รถมารับที่ไหน
โดย...สมหทัย โมสิกะ
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่แบบนี้ ถนนในกรุงเทพฯ โล่งสบาย เดินทางไปไหนแสนสะดวก แต่พอวันหยุดยาวสิ้นสุดลงแล้ว การจราจรคงกลับมาอลหม่านวุ่นวายอีกครั้ง
เชื่อว่าวันจันทร์แรกของปีม้าคึกคัก การจราจรเมืองกรุงคงติดขัดน่าดูชม หากใครอยากสบาย เลือกใช้บริการของแท็กซี่ ก็คงจะหาได้ไม่ง่ายนัก ในยุคที่แท็กซี่เป็นอาชีพอิสระที่เลือกได้ว่าอยากจะไปไหน โดยไม่ต้องแคร์ผู้โดยสาร
แต่เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในไทยแลนด์ โอนลี่ เพราะหาก มองไปที่สิงคโปร์ ก็พบว่าคนที่นั่นก็ขัดอกขัดใจกับใช้บริการแท็กซี่เหมือนกัน โดยเฉพาะยามจำเป็นจริงๆ ในชั่วโมงเร่งด่วน เพราะ ต้องรอนาน โดยตอนนี้ทั้งเกาะสิงคโปร์มีแท็กซี่ประมาณ 2.75 หมื่นคัน คอยให้บริการคนในสิงคโปร์ที่มีอยู่ราว 5.4 ล้านคน
รอนานไม่พอ ตอนนี้อัตราค่าบริการก็แพงขึ้นอีก หลังจากบริษัท เอสเอ็มอาร์ที ผู้บริหารรถไฟฟ้าใต้ดิน รถบัส และแท็กซี่ ในสิงคโปร์ตัดสินใจขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่บางส่วนอีก 30% เลยทีเดียว ทำให้ค่าแท็กซี่สิงคโปร์ตอนนี้เริ่มต้นที่ 3 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 78 บาท ซึ่งยังไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ใช้บริการในชั่วโมง เร่งด่วน จ้างรถเข้าไปในตัวเมือง หรือใช้บริการหลังเที่ยงคืน
แม้ว่าชาวสิงคโปร์จะมีทางเลือกขนส่งมวลชนอื่น เช่น รถไฟฟ้า ใต้ดิน รถบัส แต่หลายคนก็บอกว่าไม่ไหวเหมือนกัน เพราะในชั่วโมง เร่งด่วน คนในรถไฟฟ้าแน่นยังกับปลากระป๋อง ส่วนรถบัสก็มาไม่ สม่ำเสมอ ขณะที่แท็กซี่ตัวเลือกที่น่าจะสบาย ก็เรียกยากเอามากๆ ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนแท็กซี่ แต่อยู่ที่การบริหารจัดการมากกว่า ไม่ว่าจะเรื่องคนขับเปลี่ยนกะพร้อมๆ กัน แถมยังเลือกมาก ชอบปฏิเสธผู้โดยสาร ซึ่งเป็นปัญหาเหมือนๆ กับเมืองไทยนี่เอง
ความไม่สะดวกเหล่านี้ได้จุดประกายให้สองหนุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ตัดสินใจสร้างแอพพลิเคชั่นชื่อว่า ลอมปัง (Lompang) เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางให้คนสิงคโปร์ โดยชื่อนี่มาจากคำว่า Tumpang ภาษามลายูที่แปลว่า อาศัยไปด้วย
เจ้าแอพที่ว่านี้จะช่วยให้คนที่ต้องเดินทางเลือกใช้บริการสกูตเตอร์ได้ โดยอาศัยระบบจีพีเอสบนโทรศัพท์มือถือ เลือกปลายทางและบอกได้ว่าอยากให้รถมารับที่ไหน ก่อนจะเสิร์ชหาและเลือกคนขับที่ตัวเองอยากจะขอซ้อนท้ายไปด้วย
สำหรับค่าขอแชร์สกูตเตอร์นี้มีอัตราเดียว ไม่ว่าจะใกล้จะไกลแค่ไหนก็ 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 130 บาท โดยคนขับได้ส่วนแบ่ง 4 ดอลลาร์สิงคโปร์ ส่วนที่เหลือเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับค่าประกันและน้ำมัน ซึ่งไม่ต้องจ่ายเงินกันสดๆ แต่จ่ายผ่านระบบเครดิตอย่างเดียว
แม้ว่าแอพลอมปังจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับสิงคโปร์ แต่แนวคิดนี้ถูกใช้ในสหรัฐมาแล้วระยะหนึ่ง ต่างกันแค่ตรงที่ในสิงคโปร์ใช้สกูตเตอร์ แต่ชาวอเมริกันใช้รถยนต์ หรือที่คนไทยคุ้นกับชื่อ คาร์พูลลิ่ง หรือ ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน
หลังจากเปิดตัวแอพให้บริการมาระยะหนึ่งในสหรัฐ พบว่าคนขับแท็กซี่ประมาณ 200 คน ในนครลอสแองเจลิสได้ลุกขึ้นมาประท้วงแอพแชร์รถเมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยบอกว่าเป็นบริการผิดกฎหมาย ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็เพราะคนนิยมใช้บริการนี้จนทำให้แท็กซี่เสียรายได้ไปมาก
ขณะที่กระแสตอบรับบริการลอมปังในสิงคโปร์นั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะตื่นตาตื่นใจกับแอพนี้กันอย่างเดียว เพราะคนส่วนหนึ่งก็ไม่ปลื้ม โดยให้เหตุผลว่า รู้สึกไม่สบายใจหากต้องซ้อนท้ายคนแปลกหน้า แถมยังบอกด้วยว่า แชร์สกูตเตอร์แบบนี้ไม่น่าจะเหมาะกับเมืองร้อน เท่าไหร่นัก







