
‘จีน-เกาหลี’ร่วมใจเฉ่งญี่ปุ่น
อาเบะเมินเสียงค้านประเทศเพื่อนบ้านเยือนศาลสงครามโลกครั้งแรกรอบ7ปี
อาเบะเมินเสียงค้านประเทศเพื่อนบ้านเยือนศาลสงครามโลกครั้งแรกรอบ7ปี
2 ยักษ์่เอเชียพร้อมใจประท้วง หลังผู้นำญี่ปุ่นฟื้นธรรมเนียมเดิม เยือนศาลยาสุกูนิครั้งแรกในรอบ 7 ปี
รัฐบาลจีนและเกาหลีใต้ออกโรงโต้ญี่ปุ่นอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. หลังนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น เดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิ ในกรุงโตเกียว ซึ่งนับเป็นผู้นำญี่ปุ่นคนแรกที่เดินทางไปศาลเจ้าแห่งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ขณะที่ผู้นำหลายคนก่อนหน้านี้พยายามเลี่ยง เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านปะทุขึ้นมาอีก
เอเอฟพีรายงานว่า ทางการจีนเรียกเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่งเข้าพบ เพื่อประท้วงต่อเหตุดังกล่าว เนื่องจากศาลเจ้ายาสุกูนิเป็นที่บรรจุอัฐิของทหาร 2.5 ล้านคนในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในจำนวนนี้ยังรวมถึงแม่ทัพหลายคนที่ถูกตัดสินว่าก่ออาชญากรรมสงครามขึ้น
จีนและเกาหลีใต้นั้นนับเป็น 2 ชาติที่ต่อต้านการไปศาลเจ้ายาสุกูนิมาตลอดนับตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิซูมิ ในปี 2006 พร้อมเรียกร้องให้ญี่ปุ่นขอโทษต่อความโหดร้ายที่ก่อขึ้นในสมัยสงคราม เช่น การสังหารหมู่ที่นานกิง และการบังคับให้ผู้หญิงเป็นทาสทางเพศ
หวังยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เท่ากับเป็นการแสดงว่า ญี่ปุ่นยอมรับในประวัติศาสตร์การใช้กำลังทางทหารรุกรานประเทศอื่น
“จุดประสงค์ที่ผู้นำญี่ปุ่นเดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิครั้งนี้ ก็คือ การประกาศยอมรับประวัติศาสตร์ของการใช้กำลังรุกรานทางทหาร และการล่าอาณานิคม” ฉินกัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศ กล่าวพร้อมย้ำว่า อาเบะ กำลังทำเรื่องที่โหดร้ายด้วยการเหยียบย่ำความรู้สึกของประชาชนชาวจีน รวมถึงเหยื่อของสงครามในประเทศเพื่อนบ้านชาติอื่นๆ
ทางด้าน ยูจินเรียง รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ ก็ได้กล่าวแสดงความเห็นต่อต้านการตัดสินใจของอาเบะอย่างรุนแรงเช่นกันว่า เป็นพฤติกรรมที่ผิดยุคสมัย ไม่ควรเกิดขึ้นอีก เพราะไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น แต่ยังสะเทือนถึงเสถียรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ อีกด้วย
ทั้งนี้ สถานทูตสหรัฐประจำกรุงโตเกียว ยังได้ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรเหนียวแน่นของสหรัฐในเอเชีย โดยระบุว่าการตัดสินใจของญี่ปุ่นนั้นจะสร้างความตึงเครียดด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านตามมา
อย่างไรก็ตาม อาเบะ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีสายอนุรักษนิยมในญี่ปุ่นและเพิ่งรับตำแหน่งผู้นำอีกสมัยได้ครบ 1 ปี ยังคงย้ำจุดยืนเดิมที่ต้องไปศาลเจ้าแห่งนี้
“มีการวิจารณ์บนความเข้าใจผิดว่า นี่คือการไปสักการะอาชญากรสงคราม แต่ผมไปก็เพื่อบอกดวงวิญญาณของเหล่าผู้เสียชีวิตในสงคราม ถึงความก้าวหน้าต่างๆ ของประเทศในปีนี้ และเพื่อย้ำความตั้งใจว่า จะไม่มีผู้คนที่ต้องทรมานจากความโหดร้ายของสงครามอีก” อาเบะ กล่าว







