
‘2013’ปีแห่งหญิงแกร่งผงาดหัวแถวโลก
สตรีแกร่งทั่วโลกผงาดขึ้นตำแหน่งสำคัญอย่างโดดเด่นในปี 2013
สตรีแกร่งทั่วโลกผงาดขึ้นตำแหน่งสำคัญอย่างโดดเด่นในปี 2013
เอเอฟพีรายงานว่า ปี 2013 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ นับเป็นปีแห่งความสำเร็จของ “สตรีเก่ง” ทั่วโลกที่สามารถผงาดขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญๆ ในบริษัทหรือหน่วยงานระดับชาติ นำโดย เจเน็ต เยลเลน ซึ่งกำลังจะก้าวสู่ตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ 100 ปี เช่นเดียวกับ แมรี บาร์รา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) หญิงคนแรกของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม)
ปี 2013 นับเป็นปีที่สตรีแถวหน้าทั่วโลกสามารถเบียดขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญๆ กันได้อย่างโดดเด่นหลายคน ซึ่งยังรวมถึง มาริลีน ฮิวสัน ที่ขึ้นเป็นซีอีโอของล็อกฮีด มาร์ติน บริษัทผลิตอาวุธแถวหน้าของโลกจากสหรัฐ อิงกา บีล ขึ้นเป็นผู้นำของลอยด์ บริษัทประกันยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ และ ดานิแอล นุย ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสหภาพธนาคารยูโรโซน
ปัจจุบัน มีสตรีจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในสัดส่วนมากกว่าผู้ชาย และมีสตรีทำงานในตำแหน่งเกี่ยวกับการจัดการระดับกลางตามบริษัทชั้นนำมากถึงครึ่งหนึ่งจากตำแหน่งทั้งหมดแล้ว
อย่างไรก็ดี สตรีที่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงนั้นยังมีจำนวนน้อยมากเพียงแค่ 15% เท่านั้น และจะลดลงเหลือเพียง 4.5% หากวัดจากบริษัทขนาดใหญ่สุด 1,000 แห่งของโลก จากการจัดอันดับของฟอร์จูน นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าผู้บริหารหญิงยังมีช่องว่างเรื่องค่าตอบแทนที่ห่างจากผู้ชาย
มาริแอนน์ คูเปอร์ นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวด้วยว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า สตรีมักได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้ขึ้นเป็นผู้นำในยามที่องค์กรประสบภาวะวิกฤต ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะล้มเหลวตามมา โดยยกตัวอย่างของบริษัท ล็อกฮีด ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐต้องรัดเข็มขัดงบประมาณและซีอีโอคนก่อนยังมีปัญหาความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม







