
เฟดฉุดทองทรุดวันเดียวร่วง41เหรียญ
คาดปีหน้าดิ่งแตะ 1,050 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ค่าเงินเอเชียอ่อนต่ำสุดรอบ 5 ปี
คาดปีหน้าดิ่งแตะ 1,050 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ค่าเงินเอเชียอ่อนต่ำสุดรอบ 5 ปี
สัญญาทองคำงวดส่งมอบเดือน ก.พ. ในตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ดิ่งลงอย่างฮวบฮาบถึง 41.40 เหรียญสหรัฐ หรือ 3.4% ลงมาอยู่ที่ระดับ 1,193.60 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งนับเป็นราคาที่ต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยเป็นปฏิกิริยาด้านลบที่เกิดขึ้นทันทีหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดวงเงินซื้อคืนพันธบัตร (คิวอี) ลงเดือนละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.2 แสนล้านบาท)
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2013 นี้ ยังอาจปรับตัวลงครั้งแรกตั้งแต่ปี 2000 เนื่องจากการลดวงเงินคิวอีของเฟดจะทำให้ทองยิ่งหมดบทบาทในฐานะสินทรัพย์เก็งกำไรความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ราคาทองอาจดิ่งต่อจนแตะ 1,050 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในปลายปีหน้า
ทั้งนี้ ผลจากการลดคิวอียังฉุดให้ค่าเงินของหลายชาติในเอเชียร่วงลงหนัก โดยเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 5 ปี เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐมาอยู่ที่ 104.43 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ค่าเงินรูเปียห์ อินโดนีเซียดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 12,250 รูเปียห์ต่อเหรียญสหรัฐ และค่าเงินริงกิตมาเลเซียอ่อนค่าต่ำสุดรอบ 3 เดือน อยู่ที่ 3.285 ริงกิตต่อเหรียญสหรัฐ
บลูมเบิร์ก ยังเปิดเผยผลการสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ 41 คน ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะลดวงเงินคิวอีเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในการประชุมอีก 7 ครั้งหลังจากนี้ จนนำไปสู่การประกาศยกเลิกมาตรการคิวอีลงภายในเดือน ธ.ค. 2014
การดำเนินมาตรการคิวอีอย่างต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2008 ส่งผลให้การแถลงงบดุลล่าสุดของเฟดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 4.01 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 128.32 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนดำเนินมาตรการคิวอีครั้งที่สามซึ่งอยู่ที่ 2.82 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 90.24 ล้านล้านบาท)
วันเดียวกันนั้น แจ็ค ลิว รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้ออกโรงเตือนด้วยว่า สหรัฐอาจจะเผชิญปัญหาหนี้ชนเพดานภายในเดือน ก.พ. 2014 หากสภาคองเกรสยังไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้สหรัฐ ซึ่งเลื่อนเส้นตายจากเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ไปเป็นวันที่ 7 ก.พ. 2014 ได้







