
ต้นทุนคลายเหงา
ความโสดไม่เข้าใครออกใคร แต่ผู้หญิงบางคนโชคร้ายกว่านั้น เพราะต้องจ่ายต้นทุนคลายเหงาราคาแพงให้เพื่อนชายจอมหลอกลวง
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
ไม่ต้องแปลกใจที่ทุกวันนี้ “ผู้หญิง” จำนวนมากครองความเป็นโสดอย่างเหนียวแน่น บ้างก็ยืดอกภูมิใจ แต่อีกไม่น้อยเป็นแบบไฟต์บังคับ ไม่ได้เต็มใจจะอยู่บนคาน
เพราะเมื่อมองตามหลักประชากรศาสตร์ เมื่อแรกเกิดจะมีทารกเกิดเป็นชายมากกว่าหญิงเล็กน้อย แต่เมื่อโตขึ้นอัตราตายของประชากรชายจะสูงกว่าหญิงในทุกกลุ่มอายุ โดยมีปัจจัยทางชีววิทยาเป็นตัวกำหนดที่ทำให้ผู้หญิงเสี่ยงต่อการตายน้อยกว่าผู้ชาย
เมื่อสะสมมายาวนานจึงทำให้ช่องว่างระหว่างจำนวนเพศหญิงและชายห่างมากขึ้น อย่างกรณีของไทยความไม่สมดุลทางเพศก็ปรากฏชัดขึ้น โดยล่าสุดมีประชากรหญิงมากกว่า 8.7 แสนคน และคาดว่าจะแตะ 1.16 ล้านคน ในปี 2558 และ 1.53 ล้านคน ในปี 2568
ความไม่สมดุลดังกล่าวส่งผลให้โอกาสในการจับคู่แต่งงานลดลง แถมผู้ชายอีกไม่น้อยก็ปิ๊งกันเอง ไม่นับรวมการโหมทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวที่มีส่วนสกัดดาวรุ่ง
เท่านั้นยังไม่พอ ผู้หญิงหลายคนยังต้องเผชิญเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ทั้งๆ ที่ยอมทุ่มทุนหลายสตางค์เพื่อสร้างโอกาสสานสัมพันธ์กับหนุ่มๆ เผื่อจะไขว่คว้าความรักสำเร็จ แต่สิ่งที่ได้ตอบแทน คือ ความหลอกลวงของคนบางกลุ่มที่ใช้ “ความเหงา” ของสาวๆ เป็นเครื่องมือหาเงิน
มีรายงานข่าวชิ้นหนึ่งในมาเลเซีย ระบุว่า มีกลุ่มคนที่รวมตัวกันหาประโยชน์จากผู้หญิงขี้เหงาและทำมาหากินได้หลายพันริงกิต แลกกับคำมั่นสัญญาต่างๆ ตั้งแต่ความเป็นเพื่อนไปจนถึงการแต่งงาน รวมทั้งของขวัญราคาแพงที่บอกจะให้ฝ่ายหญิง
คนกลุ่มนี้สร้างภาพเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ ที่มาจากสหรัฐและประเทศในยุโรป โดยในปีนี้ล่อหลอกเหยื่อรวมๆ กันมากกว่า 100 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายล้านริงกิต เพราะเหยื่อบางรายเสียเงินให้นักต้มตุ๋นมากถึงหลักล้านริงกิต
แม้เหยื่อส่วนใหญ่ 80% จะเป็นผู้หญิง แต่ก็มีหนุ่มมาเลย์ตกเป็นเหยื่อขบวนการนี้ ซึ่งมองหาผู้เคราะห์ร้ายผ่านทางเฟซบุ๊ก
ดาโต๊ะ ไซเอด อิสมาอิล ไซเอด อาซิซัน ผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของมาเลเซียออกมาเตือนว่า ประชาชนโดยเฉพาะสาวๆ อย่าโอนเงินให้กับคนแปลกหน้าที่พบเจอผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์หรือโลกอินเทอร์เน็ต ขณะที่ผู้ชายก็อย่าย่ามใจว่าจะรอดพ้นกลลวงจากคนเหล่านี้
เขาหยิบยกกรณีของเหยื่อสาวในยะโฮร์ ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 2 ราย โดยทุกคนมีอายุผ่านหลักสามสิบยังแจ๋ว และมีประวัติเคร่งศาสนา แต่กลับเสียเงินเสียทองหลังรู้จักคนแปลกหน้าไม่นาน
รายแรกเสียเงินไปราว 4.3 หมื่นริงกิต ให้กับผู้ชายที่รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊กในเวลาแค่ 23 เดือน โดยเพื่อนชายคนนี้ใช้ชื่อ “ไรซัน อับดุลลาห์” จากนิวยอร์ก และสัญญาว่าจะส่งของขวัญให้เธอรวมเป็นเงินหลายพันริงกิต เมื่อเธอได้รับโทรศัพท์จากผู้ที่อ้างว่าโทรมาจากสนามบิน เธอก็โอนเงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าประกันและค่าธรรมเนียมศุลกากร
ส่วนรายต่อมาเป็นครูในโรงเรียนสอนศาสนา จ่ายเงินให้แก๊งลวงโลกไป 2,500 ริงกิต หลังจากได้รับโทรศัพท์จากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่แจ้งให้เธอโอนเงินเป็นค่าปรับ เพราะเพื่อนชายชื่อ “สตีฟ มอร์แกน อีแวน” ถูกจับอยู่ที่สนามบิน เนื่องจากพาสปอร์ตมีปัญหาและเธอเพิ่งรู้จักกับเพื่อนชายรายนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นในมาเลเซียสะท้อนปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม ซึ่งน่าจะคล้ายๆ กันในหลายประเทศ รวมถึงเพื่อนบ้านอาเซียน ที่กำลังประสบกับปัญหาความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างประชากร และความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งทำให้ผู้หญิงต้องครองความเป็นโสด ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม







