
‘ซูจี’ลั่นบอยคอตเลือกตั้ง
ถึงชนะก็ไม่ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเหตุรัฐธรรมนูญห้ามมีสามีชาวต่างด้าว
ถึงชนะก็ไม่ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเหตุรัฐธรรมนูญห้ามมีสามีชาวต่างด้าว
ซูจี เผยอาจไม่ลงเลือกตั้งในปี 2015 หากรัฐธรรมนูญยังกีดกันเรื่องห้ามมีสามีต่างชาติ
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐ รายงานว่า อองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่าและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เปิดเผยขณะปราศรัยที่เมืองตาร์ยะวดีของพม่า ว่า จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปของพม่าในปี 215 ถ้าหากยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นสามารถเป็นประธานาธิบดีได้
“ไม่ว่าใครก็ไม่ควรจะลงเลือกตั้งที่กฎเกณฑ์เอื้อแต่ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายเดียวเช่นนี้” ซูจี ระบุ พร้อมเสริมว่า นักการเมืองคนอื่นๆ ที่มีศักดิ์ศรีก็ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้เช่นกัน
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญพม่าฉบับปัจจุบันที่ร่างโดยรัฐบาลทหารพม่าเมื่อปี 2008 ระบุว่า “ผู้ที่มีสามีหรือภรรยาเป็นชาวต่างชาติไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของพม่าได้” ซึ่งส่งผลกระทบต่อซูจีที่มีสามีเป็นชาวอังกฤษโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เนียนวิน โฆษกประจำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นเอลดี) ของซูจี เปิดเผยว่า ผู้นำฝ่ายค้านรายนี้ยังคงไม่ได้ตัดสินว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่
ขณะที่พรรคเอ็นแอลดีเป็นพรรคที่ได้รับการคาดการณ์กันว่า มีแนวโน้มที่จะชนะการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 และซูจีจะได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดี หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
หนังสือพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐยังรายงานอ้างนักวิชาการอีกว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว อาจส่งผลให้สหรัฐพิจารณาการคว่ำบาตรพม่าใหม่อีกรอบ
“ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐจะมีนโยบายต่อประเด็นนี้อย่างไร” เดวิด สเตนเบิร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านพม่าจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในวอชิงตัน ระบุ พร้อมกล่าวเสริมว่า ประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้สหรัฐทบทวนเกี่ยวกับนโยบายการคว่ำบาตร พม่าครั้งใหม่
นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกมาระบุหลังการปราศรัยของซูจีว่า พม่าควรปฏิรูประบบการเลือกตั้งให้ยุติธรรมกว่านี้
“ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญพม่าให้มีความน่าเชื่อถือและโปร่งใส ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 ควรให้ความเท่าเทียมกับผู้สมัครทุกคน” รัฐมนตรีต่างประเทศของอียู กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการปราศรัยของซูจี ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของกองทัพพม่า (ตะมะดอ) ว่าจะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวหรือไม่ แต่ได้ระบุกับสื่อท้องถิ่นว่า ทหารสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตยและพร้อมจะดำเนินนโยบายต่างๆ ตามเจตจำนงของประชาชน







