posttoday
สื่อนอกตั้งคำถาม ไทยก้าวข้ามวิกฤตได้จริงหรือ?

สื่อนอกตั้งคำถาม ไทยก้าวข้ามวิกฤตได้จริงหรือ?

05 พฤษภาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — สื่อต่างชาติเห็นพ้องการเมืองไทยผ่อนคลายขึ้น เห็นทางออกของวิกฤต แต่อาจจะไม่ใช่ความมั่นคงในระยะยาว

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานถึงสถานการณ์การเมืองไทย หลังจากที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศแผนที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ภายใต้แผนความปรองดองด้วย 5 องค์ประกอบหลัก และเป็นทางออกการเมืองไทยที่ยืดเยื้อยาวนานมาเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว

รอยเตอร์สเปิดให้เห็นถึงรายละเอียดของข้อตกลงทั้ง 5 พร้อมทั้งตั้งคำถามในหลายเรื่องถึงสถานการณ์และความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้น โดยประการแรกรอยเตอร์สได้วิเคราะห์ถึงช่วงเวลาในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในไทยครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีนัยสำคัญอยู่

ทั้งนี้ ยังระบุว่ารัฐบาลของนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทางกองทัพและกลุ่มคนชั้นนำฝ่ายอนุรักษนิยมได้ยึดเอาช่วงเวลาดังกล่าวในการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เนื่องจากว่าเป็นช่วงเวลาที่งบประมาณของประเทศได้ผ่านการอนุมัติแล้ว และยังเชื่อว่าเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และมั่นใจได้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม และปราศจากความรุนแรงอีกด้วย

แต่กระนั้นก็ยังมีกระดูกก้อนโตที่สุดของการโต้เถียงในครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงและรัฐบาลไม่ได้กล่าวถึง

นักวิเคราะห์ นักการเมือง และกลุ่มวงในทางกองทัพ กล่าวว่า หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่เรื่องของการโยกย้ายประจำปีของผู้คนในกองทัพและฝั่งตำรวจ รวมทั้งกลุ่มผู้บริหารงานในท้องถิ่นแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นสถาบันสำคัญสำหรับอำนาจทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ ระบบศาลยุติธรรม ตำรวจ และทหาร โดยแผนการโยกย้ายและแต่งตั้งดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย. และจะมีผลในเดือน ต.ค.

นอกจากนี้ รอยเตอร์สยังมองในอีกประเด็นหนึ่งที่ทางสื่อต่างชาติวิเคราะห์ คือกลุ่มผู้ประท้วงจะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวของรัฐบาลหรือไม่

รอยเตอร์สระบุว่า ภายใต้องค์ประกอบและเงื่อนไขแห่งความปรองดองทั้ง 5 นี้ ตั้งแต่เงื่อนไขของรัฐบาลในข้อแรกซึ่งเกี่ยวโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นกลุ่มเสื้อแดงจึงมีตัวเลือกที่น้อยมากที่จะปฏิเสธ เพราะการปฏิเสธในเงื่อนไขดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดภาพที่ชัดเจนมากขึ้นท่ามกลางความเชื่อเดิมที่มีอยู่ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่า กลุ่มคนที่เคยสนับสนุนกลุ่มเสื้อแดงก็อาจจะหันมาเป็นฝ่ายตรงข้าม และปะทุความโกรธมากยิ่งขึ้นได้

เช่นเดียวกันกับความคิดเห็นของโรเบอร์โต เฮอร์เรราลิม นักวิเคราะห์จากยูเรเซีย กรุ๊ป บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวกับทางสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า แผนในเกมนี้เป็นข้อได้เปรียบสำหรับรัฐบาล ที่จะทำทุกอย่างอย่างสมเหตุสมผล และถ้ากลุ่มเสื้อแดงไม่ยอมรับ ก็จะกลายเป็นกลุ่มที่ไร้เหตุผล

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์สมองสถานการณ์นี้ว่า แม้จะมีการรับข้อตกลงดังกล่าว แต่การปฏิรูปทางการเมืองของไทยที่จะเกิดขึ้นจะยังคงต้องมีการถกเถียงและพูดคุยกันอย่างหนักและจริงจัง เมื่อกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานดังกล่าวได้ตั้งคำถามในแบบที่ทุกฝ่ายรวมทั้งทุกคนในไทยสงสัย และกำลังไขว่คว้าคำตอบก็คือว่า ถ้าทุกฝ่ายเห็นชอบในเงื่อนไขดังกล่าวร่วมกันแล้ว นั่นจะนำไปสู่จุดจบของวิกฤตทางการเมืองในครั้งนี้หรือไม่

รอยเตอร์สเชื่อว่า การยอมรับข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นการจัดการกับปัญหาต่างๆ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงลงได้อย่างมาก

แต่ทว่า เงื่อนไขดังกล่าวยังคงไม่ได้เป็นการแก้ไขวิกฤตทางการเมืองในระยะกลาง และระยะยาว เพราะกลุ่มเสื้อแดงมีเป้าหมายไปยังกลุ่มคนที่มีอำนาจในการจัดการกับระบบการเลือกตั้ง ด้วยอำนาจของการปฏิวัติหรือมีอิทธิพลต่อระบบศาลยุติธรรม ดังนั้นถ้ามีการปะทุเรื่องดังกล่าวนี้ขึ้นอีก นั่นก็จะมีโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะเกิดกลุ่มเสื้อแดงขึ้นอีกครั้ง

การวิเคราะห์ดังกล่าวยังเชื่อว่า ถ้ามีการประท้วงเกิดขึ้นอีกครั้ง การประท้วงรอบใหม่นี้จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะลากเอาประชาชนเกือบทั้งประเทศในการสร้างความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนต่างสี ซึ่งเป็นพลังของความรุนแรง และอาจจะนำไปสู่สงครามกลางเมืองได้

ในอีกมุมหนึ่ง มองว่าการกลับขึ้นมาครองอำนาจของรัฐบาลฝ่ายตรงข้าม ภายใต้การสนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณ หลังจากการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็อาจจะนำมาซึ่งการเผชิญกันระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองได้อีกครั้ง

ด้านสื่ออย่างไทม์ ออนไลน์ ระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวที่ทางรัฐบาลเสนอนั้นเป็นเหมือนการปลดล็อกทางการเมือง หลังจากการชุมนุมส่งผลกระทบให้กรุงเทพฯ แทบเป็นอัมพาตเป็นเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา

ส่วนอัลจาซีราก็เปิดเผยว่า ทางการกลุ่มคนเสื้อแดงกำลังไตร่ตรองกับข้อเสนอดังกล่าว ท่ามกลางความกดดันที่มากขึ้นเรื่อยๆ ให้เร่งยุติการชุมนุมดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท