
สหรัฐเตือนโสมแดงอย่ายั่วยุหลังประหารอาผู้นำ
สหรัฐเตือนเกาเหลีเหนือหลีกเลี่ยงการกระทำยั่วยุ หลังการประหารชีวิตอาเขยผู้นำ ที่สร้างความตกตะลึงให้หลายฝ่าย
สหรัฐเตือนเกาเหลีเหนือหลีกเลี่ยงการกระทำยั่วยุ หลังการประหารชีวิตอาเขยผู้นำ ที่สร้างความตกตะลึงให้หลายฝ่าย
นายเจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ไม่อยากเดาเบื้องหลังการประหารนายจาง ซอง แต๊ก อาเขยของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ แต่การประหารชีวิตย้ำให้เห็นความโหดเหี้ยมของรัฐบาลเผด็จการเกาหลีเหนือ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง การประหารชีวิตนายจาง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในเกาหลีเหนือ
ทั้งนี้ สหรัฐจะเพิ่มการหารือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนในภูมิภาคเกี่ยวกับสถานการณ์ในเกาหลีเหนือ โดยเกาหลีเหนือมีทางเลือกระหว่างถูกความโดดเดี่ยวโดยประชากรยังยากจน หรือปฏิบัติตามพันธสัญญาและกลับเข้าสู่ประชาคมโลก
นางมารี ฮาร์ฟ โฆษกหญิงกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐมีความวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ในเกาหลีเหนือ และขอเรียกร้องเกาหลีเหนือไม่ให้กระทำการยั่วยุ เพราะไม่ได้ช่วยสร้างเสถียรภาพให้ภูมิภาค
อย่างไรก็ดี บรรดาประเทศพันธมิตรในเอเชีย พากันวิตกกังวลปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค หลังจากมีการประหารชีวิตนายจาง ซอง แต๊ก ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้สำเร็จราชการแทนนายคิม จอง อึน และเป็นผู้นำหมายเลข 2 อย่างไม่เป็นทางการของเกาหลีเหนือ ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า คิม ประหารชีวิตอาเขยเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้กุมอำนาจเด็ดขาดตัวจริง แต่จะส่งผลกระทบความสัมพันธ์กับจีน พันธมิตรสำคัญหนึ่งเดียวของเกาหลีเหนือ เนื่องจากนายจางมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน
นายจิงตง หยวน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ เปรียบเทียบสถานการณ์ของจีนในกรณีประหารชีวิตอาเขยผู้นำเกาหลีเหนือว่า เหมือนกับสถานการณ์เมื่อแก๊สเกิดรั่ว ซึ่งผู้คนจะต้องระมัดระวังอย่างมากไม่ให้มีการก่อให้เกิดประกายไฟ ในขณะเดียวกันจีนจะต้องเตรียมใช้แผนฉุกเฉินในกรณีที่เกิดความไม่มั่นคงทางการเมืองขึ้นในเกาหลีเหนือ หรือรัฐบาลเกาหลีเหนือล้ม ซึ่งจะก่อให้เกิดผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือนับแสนคน พากันอพยพข้ามพรมแดนเข้าไปในจีน ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสิ่งก่อสร้างทางด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และจะทำให้สหรัฐและเกาหลีใต้ดำเนินการปฏิบัติการทางทหาร







