
โพลชี้คนไทยเห็นด้วยกำจัดระบบทักษิณ
ผลสำรวจคนไทยโดยบริษัทวิจัยข้ามชาติ ชี้คนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางกปปส. กำจัดระบบทักษิณออกจากประเทศ
ผลสำรวจคนไทยโดยบริษัทวิจัยข้ามชาติ ชี้คนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางกปปส. กำจัดระบบทักษิณออกจากประเทศ
เอ็นไวโรเซล บริษัทข้ามชาติผู้ดำเนินธุรกิจวิจัยและที่ปรึกษา โดยมีสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐ เผยผลการจัดทำประชาพิจารณ์เรื่องทางออกของประเทศไทยหลังต้องเผชิญความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยสุ่มตัวอย่าง 1,000 คน ในประชากรชาย-หญิง อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ช่วงระหว่างวันที่ 1-4 ธ.ค. ที่ผ่านมา
ผลการประชาพิจารณ์ พบว่า 63% ของประชากรเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องจากกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เกี่ยวกับการขจัดระบบทักษิณให้ออกจากประเทศไทย โดยผู้เห็นด้วยส่วนใหญ่นี้ เป็นชาวกรุงเทพ และชาวใต้ ผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง ขณะที่ ผู้ไม่เห็นด้วยมี 37% ส่วนใหญ่เป็นชาวเหนือและชาวอีสานผู้มีรายได้น้อย
ขณะเดียวกัน เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้บริหารประเทศคนต่อไป 33% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า ผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปควรได้รับพระราชทานการแต่งตั้งมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว , 9% เป็นนักธุรกิจที่มีประวัติใสสะอาด มีความสามารถและไม่ได้ลงเล่นการเมืองมาก่อน และ 3% เห็นว่ายังควรเป็นทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเสียงสนับสนุนนี้ยังคงเป็นชาวเหนือและอีสาน ขณะที่ สัดส่วนนอกเหนือจากนี้ ค่อนข้างกระจัดกระจาย โดยส่วนใหญ่เห็นว่าควรให้บุคคลที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาดำรงตำแหน่ง เช่น นายอานันท์ ปันยารชุน, นักวิชาการด้านการเมืองการปกครอง เป็นต้น
นอกจากนี้ การทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ ยังสอบถามถึงประเด็นเกี่ยวกับทิศทางที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น 63% ต้องการปฏิรูปประเทศ โดยในจำนวนนี้ 27% มองว่ารัฐบาลควรคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบรายละเอียด โดยเฉพาะคนกรุงเทพ และคนใต้ 23% อยากให้ รัฐบาลลาออก (โดย11%ให้รัฐบาลลาออกไปแล้วและยังมีกฎหมายห้ามรัฐบาลชุดนี้กลับมาลงเล่นการเมืองอีกต่อไป) และ 13% มองว่ารัฐบาลควรยุบสภา
ในส่วนแนวทางการดำเนินการอื่นๆ นั้น 24% อยากให้ประนีประนอมและตกลงเจรจากันก่อน เห็นได้ชัดในภาคอีสาน และอีก 14% คาดหวังว่ารัฐบาลควรอยู่ต่อจนครบวาระ เห็นได้ชัดในภาคเหนือ
ยิ่งไปกว่านั้น ความเห็นของประชาชนต่อการยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ. ของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ผลสำรวจพบว่า 42% ไม่เห็นว่าการเลือกตั้งจะเป็นทางออกสำหรับประเทศในขณะนี้ได้ โดยในจำนวนนี้ 22% เห็นสมควรให้ไทยได้รับรับพระราชทานนายกรัฐมนตรีจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประเทศดำเนินการต่อไปได้ 10% ให้มีการปฏิรูปประเทศโดยการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว 5% ล้มล้างระบบทักษิณให้หมดไป และ 4% ให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนตามคำแนะนำของกลุ่มคณะกรรมการประชาชน
สำหรับผู้เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง มีสัดส่วนคิดเป็น 41% โดยในจำนวนนี้ 26% อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะชาวอีสาน ขณะที่อีก 15% มีข้อแม้ว่าการเลือกตั้งใหม่ ควรงดสิทธิ์การลงสมัครเลือกตั้งของทั้งสองพรรคที่เป็นทั้งรัฐบาลและแกนนำประชาชนนี้ด้วย
ทั้งนี้ มีเพียง 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้น ที่มองว่ารัฐบาลควรบริหารประเทศต่อไปจนครบวาระ โดยเฉพาะคนเหนือ
การสำรวจในครั้งนี้ ใช้วิธีการสอบถามผ่านหมายเลขโทรศัพท์ของประชาชนทุกภาคทั่วประเทศโดยไม่จำกัดความคิดเห็นจากฝ่ายใดเพียงฝ่ายหนึ่ง และสามารถแบ่งสัดส่วนประชากรตามภูมิภาคโดย 14% อยู่ในกรุงเทพ 14% 20% คือภาคกลาง+ตะวันออก 34%คือภาคอีสาน 18% ภาคเหนือและ14%ภาคใต้ พร้อมกันนี้ การสำรวจยังได้กระจายกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนรายได้ โดย 18% คือผู้มีรายได้สูง 38% คือผู้มีรายได้ปานกลาง และ 44% คือผู้มีรายได้น้อย
การสุ่มตัวอย่างมีการกระจายตามสัดส่วนประชากรโดยหลักการทางสถิติ ด้วยความมั่นใจ 95% ความผิดพลาดจากการสุ่มตัวอย่าง +/- 3%







