
7วิถีแห่งแมนเดลาพลิกแอฟริกาใต้
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีเหตุให้ต้องเศร้าครั้งใหญ่ หลังประธานาธิบดี จาค็อบ ซูมา แห่งแอฟริกาใต้ ประกาศยืนยันการเสียชีวิตของ เนลสัน แมนเดลา อดีตผู้นำประเทศ และเพื่อเป็นการไว้อาลัยและสดุดี แมนเดลา เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีได้ประมวล 7 วีรกรรมยิ่งใหญ่ของเอกบุรุษรายนี้
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีเหตุให้ต้องเศร้าครั้งใหญ่ หลังประธานาธิบดี จาค็อบ ซูมา แห่งแอฟริกาใต้ ประกาศยืนยันการเสียชีวิตของ เนลสัน แมนเดลา อดีตผู้นำประเทศ และเพื่อเป็นการไว้อาลัยและสดุดี แมนเดลา เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีได้ประมวล 7 วีรกรรมยิ่งใหญ่ของเอกบุรุษรายนี้
ประการแรกสุดย่อมหนีไม่พ้นการเป็นนักต่อสู้ผู้ยุติการเหยียดสีผิวและปลดแอกชาวแอฟริกาใต้ผิวสี โดยอดีตประธานาธิบดีแห่งแอฟริกาใต้ซึ่งเสียชีวิตในวัย 95 ปี คือวีรบุรุษที่มอบความเสมอภาคและเท่าเทียมให้กับชาวแอฟริกาใต้ทุกคนโดยไม่มีคำว่า “ผิวขาว” หรือ “ผิวดำ” อีกต่อไป
สอง คือ การดำเนินการเรียกร้องความเท่าเทียมด้วยความอดทน ทำให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการด้วยหนทางสันติ ทั้งๆ ที่ประเทศนี้มีประวัติศาสตร์นองเลือดรุนแรงระหว่างชนเชื้อชาติต่างๆ มากมาย และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ แมนเดลา ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปครอง
สาม คือ การบุกเบิกหนทางการเมืองใหม่ๆ ด้วยการสร้างรัฐธรรมนูญให้สิทธิชาวผิวสีเข้าคูหาออกเสียงเลือกตั้ง ตลอดจนลงสมัครเป็นผู้แทน ขณะที่ลำดับที่สี่คือการนำพาประเทศให้มีบทบาทบนเวทีโลกในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่นานาชาติอ้าแขนรับด้วยความยินดี
วีรกรรมที่ห้า คือ การเป็นผู้สร้างสันติภาพและบรรยากาศแห่งการให้อภัย โดย แมนเดลา กล่าวอย่างชัดเจนว่าความโกรธแค้นต่อความไม่เป็นธรรมในอดีต หมายรวมถึงการที่ แมนเดลา ถูกขังคุกนาน 27 ปีนี้ ไม่ควรรื้อฟื้นขึ้นมาเพื่อกำหนดการกระทำและทิศทางของประเทศในอนาคต กระนั้น แมนเดลา ก็ระบุว่า การชดเชยแก่ผู้สูญเสียก็เป็นสิ่งจำเป็น จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการเพื่อการสมานฉันท์แห่งชาติแท้จริง เพื่อลงมือสืบสวนเหตุการณ์ที่มีการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสียอย่างเหมาะสมและสามารถนำไปสู่การอภัยให้กันได้จริง
สำหรับวีรกรรมต่อมาของ แมนเดลา ที่ช่วยพลิกโฉมแอฟริกาใต้ คือ จุดประกายความสามัคคีของคนในชาติผ่านการหลอมรวมความต่างทางวัฒนธรรม เช่น ในปี 1995 ที่แอฟริกาใต้เป็นประธานจัดงานรักบี้ เวิลด์ คัพ กีฬาที่ถูกมองว่าเป็นกีฬาเฉพาะคนขาว แมนเดลา กลับใช้กีฬานี้ให้ทั้งคนขาวและผิวสีเป็นผู้เล่นตัวแทนทีมชาติ ภายใต้คำนิยามว่า ทีมสีรุ้ง แม้คนในชาติส่วนใหญ่จะต่อต้าน เนื่องจากยังคงมีความรู้สึกชิงชังฝ่ายตรงข้าม กระนั้นการใช้กีฬาก็ทำให้คนแอฟริกาใต้เริ่มสำนึกถึงความเป็นชาติเดียวกันในที่สุด
และวีรกรรมที่เจ็ด ที่ไม่อาจไม่นับรวมได้ก็คือการอุทิศตัวเพื่องานการกุศลและการรับใช้สังคมจนในปี 2009 ทางสหประชาชาติได้ประกาศให้วันเกิดของ แมนเดลา (18 ก.ค.) ของทุกปี เป็นวันบริการชุมชน หรือที่รู้จักกันดีในนามวัน เนลสัน แมนเดลา สากล
(ภาพ : เอพี/เอเอฟพี/รอยเตอร์ส/อีพีเอ)ฬช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีเหตุให้ต้องเศร้าครั้งใหญ่ หลังประธานาธิบดี จาค็อบ ซูมา แห่งแอฟริกาใต้ ประกาศยืนยันการเสียชีวิตของ เนลสัน แมนเดลา อดีตผู้นำประเทศ และเพื่อเป็นการไว้อาลัยและสดุดี แมนเดลา เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีได้ประมวล 7 วีรกรรมยิ่งใหญ่ของเอกบุรุษรายนี้
ประการแรกสุดย่อมหนีไม่พ้นการเป็นนักต่อสู้ผู้ยุติการเหยียดสีผิวและปลดแอกชาวแอฟริกาใต้ผิวสี โดยอดีตประธานาธิบดีแห่งแอฟริกาใต้ซึ่งเสียชีวิตในวัย 95 ปี คือวีรบุรุษที่มอบความเสมอภาคและเท่าเทียมให้กับชาวแอฟริกาใต้ทุกคนโดยไม่มีคำว่า “ผิวขาว” หรือ “ผิวดำ” อีกต่อไป
สอง คือ การดำเนินการเรียกร้องความเท่าเทียมด้วยความอดทน ทำให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการด้วยหนทางสันติ ทั้งๆ ที่ประเทศนี้มีประวัติศาสตร์นองเลือดรุนแรงระหว่างชนเชื้อชาติต่างๆ มากมาย และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ แมนเดลา ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปครอง
สาม คือ การบุกเบิกหนทางการเมืองใหม่ๆ ด้วยการสร้างรัฐธรรมนูญให้สิทธิชาวผิวสีเข้าคูหาออกเสียงเลือกตั้ง ตลอดจนลงสมัครเป็นผู้แทน ขณะที่ลำดับที่สี่คือการนำพาประเทศให้มีบทบาทบนเวทีโลกในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่นานาชาติอ้าแขนรับด้วยความยินดี
วีรกรรมที่ห้า คือ การเป็นผู้สร้างสันติภาพและบรรยากาศแห่งการให้อภัย โดย แมนเดลา กล่าวอย่างชัดเจนว่าความโกรธแค้นต่อความไม่เป็นธรรมในอดีต หมายรวมถึงการที่ แมนเดลา ถูกขังคุกนาน 27 ปีนี้ ไม่ควรรื้อฟื้นขึ้นมาเพื่อกำหนดการกระทำและทิศทางของประเทศในอนาคต กระนั้น แมนเดลา ก็ระบุว่า การชดเชยแก่ผู้สูญเสียก็เป็นสิ่งจำเป็น จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการเพื่อการสมานฉันท์แห่งชาติแท้จริง เพื่อลงมือสืบสวนเหตุการณ์ที่มีการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสียอย่างเหมาะสมและสามารถนำไปสู่การอภัยให้กันได้จริง
สำหรับวีรกรรมต่อมาของ แมนเดลา ที่ช่วยพลิกโฉมแอฟริกาใต้ คือ จุดประกายความสามัคคีของคนในชาติผ่านการหลอมรวมความต่างทางวัฒนธรรม เช่น ในปี 1995 ที่แอฟริกาใต้เป็นประธานจัดงานรักบี้ เวิลด์ คัพ กีฬาที่ถูกมองว่าเป็นกีฬาเฉพาะคนขาว แมนเดลา กลับใช้กีฬานี้ให้ทั้งคนขาวและผิวสีเป็นผู้เล่นตัวแทนทีมชาติ ภายใต้คำนิยามว่า ทีมสีรุ้ง แม้คนในชาติส่วนใหญ่จะต่อต้าน เนื่องจากยังคงมีความรู้สึกชิงชังฝ่ายตรงข้าม กระนั้นการใช้กีฬาก็ทำให้คนแอฟริกาใต้เริ่มสำนึกถึงความเป็นชาติเดียวกันในที่สุด
และวีรกรรมที่เจ็ด ที่ไม่อาจไม่นับรวมได้ก็คือการอุทิศตัวเพื่องานการกุศลและการรับใช้สังคมจนในปี 2009 ทางสหประชาชาติได้ประกาศให้วันเกิดของ แมนเดลา (18 ก.ค.) ของทุกปี เป็นวันบริการชุมชน หรือที่รู้จักกันดีในนามวัน เนลสัน แมนเดลา สากล
(ภาพ : เอพี/เอเอฟพี/รอยเตอร์ส/อีพีเอ)







