
ปธน.ยูเครนลั่นไม่ยอมออก
เสียงอ่อนยันทำเพื่อประโยชน์ปวงชนมหาชนปักหลักกดดันสภาไล่ส่งทั้งรัฐบาล
เสียงอ่อนยันทำเพื่อประโยชน์ปวงชนมหาชนปักหลักกดดันสภาไล่ส่งทั้งรัฐบาล
ชาวยูเครนหลายพันกดดันสภา อภิปรายไม่ไว้วางใจไล่ส่งรัฐบาลยานูโควิช
ประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช ของยูเครน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ยืนกรานว่าจะไม่ลาออกตามเสียงเรียกร้องของผู้ชุมนุมประท้วง โดยได้กลับลำว่ารัฐบาลไม่มีความตั้งใจที่จะยกเลิกการทำข้อตกลงการค้ากับยุโรป ซึ่งเป็นประเด็นหลักนำไปสู่การชุมนุมประท้วง เพียงแต่ไม่รีบร้อนและต้องการให้ข้อตกลงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาวยูเครนมากที่สุดเท่านั้น
นอกจากนี้ ผู้นำยูเครนยังยอมรับว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุจริง ในการใช้กำลังสลายการชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีการใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและระเบิดแสงกับผู้ชุมนุม จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แต่ผู้นำยูเครนอ้างด้วยว่า ตำรวจทำไปเพราะถูกยั่วยุ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวยูเครนนั้นยังคงเดินหน้าขับไล่ประธานาธิบดียานูโควิชและรัฐบาลกรุงเคียฟอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รวมตัวกันหลายพันคนปักหลักประท้วงที่หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. เพื่อกดดันให้สมาชิกสภาลงมติไม่ไว้วางใจประธานาธิบดียานูโควิช จากกรณีที่ยกเลิกการทำข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) และการใช้กำลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุมที่ผ่านมาอย่างรุนแรง
ขณะที่ภายในอาคารรัฐสภาระหว่างการอภิปรายเพื่อขอเสียงสนับสนุนในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เต็มไปด้วยเสียงประท้วงของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่ตะโกนว่า “น่าละอาย” และ “ปฏิวัติ” โดยฝ่ายค้านซึ่งจำเป็นต้องใช้เสียงเพื่อเปิดอภิปรายถึง 226 เสียง จากที่นั่งในสภาทั้งหมด 450 เสียง มีเสียงเพียง 170 เสียงเท่านั้น ทว่ามีแนวโน้มที่สมาชิกพรรคอิสระและพรรครัฐบาลบางส่วนจะตัดสินใจมาเข้ากับฝ่ายค้าน
ทางด้านรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า ประธานาธิบดียานูโควิชได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปยังจีนตามหมายกำหนดการเดิมแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ในเมืองหลวงที่ยังคงตึงเครียด โดยมีการวางกำลังตำรวจปราบจลาจลหลายร้อยนายเฝ้ารักษาความปลอดภัยที่อาคารรัฐสภาอย่างหนาแน่น
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลยูเครนไปจนถึงพันธมิตรอย่างรัสเซีย จะกล่าวหาว่าการประท้วงของประชาชนครั้งล่าสุดนี้ เป็นการจัดตั้งเพื่อล้มล้างรัฐบาลมากกว่าจะเป็นการปฏิวัติของประชาชน ทว่าล่าสุดนั้นทำเนียบขาวสหรัฐได้ออกแถลงการณ์ว่า การชุมนุมของชาวยูเครนเป็นไปอย่างสันติและไม่ใช่ความพยายามก่อรัฐประหาร พร้อมทั้งระบุด้วยว่า การที่ตำรวจใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้







