
มาร์คออกCNNย้ำนายกฯ หมดความชอบธรรม
อภิสิทธิ์ออกรายการในช่องโทรทัศน์ดังซีเอ็นเอ็น ย้ำการชุมนุมยังสันติ ตอกนายกฯ ถ้ามั่นใจในเสียงสนับสนุนทำไมไม่คืนอำนาจให้ประชาชน
อภิสิทธิ์ออกรายการในช่องโทรทัศน์ดังซีเอ็นเอ็น ย้ำการชุมนุมยังสันติ ตอกนายกฯ ถ้ามั่นใจในเสียงสนับสนุนทำไมไม่คืนอำนาจให้ประชาชน
นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังทวีความร้อนแรงในประเทศไทยว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทางการเมืองที่รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรับมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นทั้งพี่ชายและอดีตผู้นำรัฐบาลที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่น ให้กลับมายังประเทศไทยโดยไม่ต้องรับผิด
นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังต่อต้านรัฐบาลที่ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีการลงคะแนนเสียงกันอย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้น ผู้คนจึงพากันระเบิดความโกรธแค้นโดยออกมาชุมนุมประท้วง และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ
ผู้นำฝ่ายค้านระบุในรายการซีเอ็นเอ็น นิวส์ รูม ว่า เพื่อปลดชนวนปัญหาทางการเมืองครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจำเป็นต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธ์ย้ำด้วยว่าการชุมนุมโดยส่วนใหญ่นั้นยังคงเป็นไปอย่างสันติไม่มีความรุนแรง ซึ่งการเดินทางไปรวมตัวยังสถานที่ต่างๆ ก็เป็นเพียงการชุมนุมประท้วงโดยสันติ และเป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์เท่านั้นว่า รัฐบาลไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศอีกต่อไปแล้ว
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่สมาชิกในรัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นมา และทำให้มีผู้เสียชีวิตขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งต้องขอย้ำว่า การชุมของประชาชนจำนวนมหาศาลนี้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนที่ผ่านมาแล้ว และยังไม่เคยเกิดความรุนแรงใดๆ ขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดที่รัฐบาลควรต้องดำเนินหลังจากนี้เป็นอันดับแรกก็คือ การออกมาแสดงความรับผิดชอบ
สำหรับคำถามของพิธีกร แอนดรูว์ สตีเวนส์ ว่าการให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบธรรมลงจากอำนาจ และส่งมอบอำนาจนั้นให้สภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแทน นับเป็นวิถีทางแบบประชาธิปไตยหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ให้ความเห็นว่าการที่ผู้นำรัฐบาลซึ่งแม้ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง แต่กลับวางตัวอยู่เหนือกฎหมายนั้นไม่ถือเป็นประชาธิปไตย ซึ่งนี่ถือเป็นประเด็นสำคัญ
ขณะนี้ คนที่ออกมาชุมนุมประท้วงตามท้องถนนและบางคนก็ไปรวมตัวประท้วงตามสถานที่ต่างๆ นั้น ต่างระบุว่า พวกเขายอมรับผลทางกฎหมายที่จะตามมาจากการทำอารยะขัดขืน และ การชุมนุมครั้งนี้ก็ไม่เหมือนกับเมื่อครั้งปี 2010 พวกเขาไม่มีอาวุธและต่างก็พร้อมยอมรับผลทางกฎหมายที่จะตามมา ซึ่งไม่เหมือนกับรัฐบาลและ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่ไม่ยอมรับกระบวนการทางกฎหมาย
พิธีกรยังถามถึงเหตุผลที่ต้องมีการชุมนุมต่อทั้งที่วุฒิสภาได้พิจารณาไม่รับร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมไปแล้ว ซึ่งนายอภิสิทธ์ปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และอธิบายว่า รัฐบาลยังไม่ได้ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ออกจากกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาโดยสมบูรณ์ แต่เลือกที่จะระงับร่างดังกล่าวไว้ก่อน ซึ่งยังไม่มีข้อบ่งชี้หรือการให้การรับประกันใดๆ ว่ารัฐบาลจะไม่เสนอร่างดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง
นายอภิสิทธ์ย้ำว่า รัฐบาลได้สูญเสียความเชื่อมั่นของประชาชนไปแล้ว และกลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจึงควรส่งมอบอำนาจคืนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ดี พิธีกรได้แย้งในประเด็นความเชื่อมั่นของประชาชนว่า หากมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ก็ยังมีแนวโน้มว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงชนะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากยังได้รับเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ในหลายจังหวัดนอกกรุงเทพฯ ดังนั้น ทางพรรคฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมจึงไม่สามารถอ้างตัวว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ของคนไทยได้ ใช่หรือไม่ ซึ่งหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านตอบว่าในความเป็นจริงนั้น พรรคมีคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามากกว่า ทว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ซึ่งประเด็นสำคัญในขณะนี้ก็คือ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นั้น ผู้นำรัฐบาลต้องแสดงออกถึงความรับผิดชอบ และหากรัฐบาลมั่นใจในประชาชนจริง เหตุใดจึงไม่กล้าคืนอำนาจให้แก่ประชาชน
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์นั้น พิธีกรถามย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมใจในการเลือกตั้งเสมอใช่หรือไม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์แสดงความเชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งเป็นเพียงก้าวแรกของการแก้ปัญหาในประเทศไทย ณ วันนี้ ยิ่งวิกฤตการณ์ยืดยาวออกไปก็ยิ่งรังแต่จะสร้างผลเสีย โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีการเคลื่อนไหวจากกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาล ซึ่งความสูญเสียที่เกิดขึ้น เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เป็นผลมาจากการการเคลื่อนไหวของม็อบหนุนรัฐบาลที่มาพร้อมกับอาวุธ จนนำไปสู่ความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เห็นการเผชิญหน้ากันมากขึ้นระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับตำรวจปราบจลาจล ซึ่งมีการใช้แก๊สน้ำตาและสารเคมีกับผู้ชุมนุมด้วย
ทางด้าน สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปช.) ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล ว่าเดินหน้าต่อสู่เพื่อถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณ และจะไม่ได้หวังตำแหน่งนายกรับมนตรีคนต่อไป
"ผมลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. เพื่อร่วมต่อสู่กับพี่น้องประชาชนบนท้องถนน และจะไม่กลับไปต่อสู่ในสภาอีกแล้วและจะไม่รับตำแหน่งนายก"
สุเทพระบุว่า ทักษิณบริหารประเทศเหมือนธุรกิจ ทั้งประเทศมีแต่การทุจริตด้วยนโยบายประชานิยม ซึ่งปัจจุบันระบอบนี้ก็ยังสืบทอดมาถึงยิ่งลักษณ์
"สถานการณ์ตอนนี้ต้องการใครสักคนที่กล้าพอที่จะลุกขึ้นมาต่อสู่"
ทั้งนี้ แกนนำ กปปช. เรียกการชุมนุมครั้งนี้ว่า "การปฏิวัติประชาชน" เพื่อที่จะสร้างให้ประเทศไทยกลับไปดำเนินประเทศอย่างถูกต้อง หลังจากที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของระบอบทักษิณมากว่า 20 ปี







