
โลกจับตา สุเทพให้เวลาปูคิด 2 วัน
โลกจับตาหลังกองทัพเป็นตัวกลางจัดให้ปู-สุเทพหารือกัน กปปส.ยื่นคำขาดให้รัฐบาลก้าวลงจากตำแหน่งใน2วัน
โลกจับตาหลังกองทัพเป็นตัวกลางจัดให้ปู-สุเทพหารือกัน กปปส.ยื่นคำขาดให้รัฐบาลก้าวลงจากตำแหน่งใน2วัน
สื่อต่างประเทศหลายสำนักยังคงติดตามความคืบหน้าวิกฤตการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลจากการหารือลับ ระหว่างนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ซึ่งมีผู้นำ 3 เหล่าทัพเป็นคนกลางในการเจรจา
ล่าสุดสำนักข่าว เอพี ระบุโดยอ้างคำกล่าวของ สุเทพ เลขา กปปส. ว่าได้พบกับ ยิ่งลักษณ์ ในสถานที่ลับแห่งหนึ่งจริง แต่ไม่มีการประนีประนอมทางการเมืองเกิดขึ้น พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้นำกับ ผู้นำหญิงคนแรกของไทย ไปตัดสินใจว่าจะก้าวลงจากตำแหน่ง และมอบอำนาจคืนให้กับมวลมหาประชาชนหรือไม่
แกนนำของ กปปส. ระบุอีกว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะให้เวลา ยิ่งลักษณ์ ในการนำข้อเสนอของเจ้าตัวกลับไปตัดสินใจภายในระยะเวลา 2 วัน ซึ่งถ้าหากรับฟังและทำตาม ประชาชนก็จะปฏิบัติกับ ยิ่งลักษณ์ อย่างสุภาพ เพราะที่มาทั้งหมดคือพลเมืองดี
ทั้งนี้ การเจรจาลับดังกล่าวที่เกิดขึ้น ช่วยสร้างความหวังว่าจะนำไปสู่การเจรจาหาทางออกวิกฤตการเมืองโดยสันติ ขณะเดียวก็เป็นการสะท้อนถึงบทบาทของกองทัพในการทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งทำให้บทบาทของรัฐบาลดูน้อยลง โดยปราศจากการทำรัฐประหารของกองทัพ
ด้าน อัลจาซีรา จากการ์ตา รายงานว่า สุเทพ ได้ยื่นข้อเสนอให้กับ ยิ่งลักษณ์ ในการลาออกจากตำแหน่ง และให้สภาประชาชนที่แต่งตั้งขึ้นใหม่ ขึ้นบริหารประเทศแทน โดยให้เวลาในการตัดสินใจ 2 วัน
ฟรอเรนซ์ ลูอิ ผู้สื่อข่าวภาคสนามของ อัลจาซีรา ระบุว่า แกนนำ กปปส.ยังไม่ได้ให้คำตอบว่า ถ้าหากยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธที่จะทำตามข้อเสนอแล้วทางกลุ่มจะดำเนินไปในทิศทางไหนต่อไป
ขณะที่ บีบีซี จากอังกฤษ รายงานไปในทางเดียวกันว่า โดยระบุว่า สุเทพ ได้ยื่นข้อเสนอให้กับ ยิ่งลักษณ์ ในการ ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่ง พร้อมกับคืนอำนาจให้กับประชาชน โดยทั้งหมดจะต้องตัดสินใจภายในเวลา 2 วันนี้
โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวภาคสนามของบีบีซี รายงานว่า การชุมนุมประท้วงและการเข้าประชิดเพื่อบุกเข้ายึดสถานที่ราชการหลายแห่งเมื่อวันที่ 1ธ.ค.ที่ผ่านมา บรรยากาศของผู้ชุมนุมเป็นไปอย่างร่าเริง มีการตั้งขบวนกันอย่างมีสีสัน แต่ก็ไม่สามารถข้ามฝ่าดงแก๊สน้ำตา และแท่งคอนกรีตที่รัฐบาลนำมากั้นไว้ได้
รอยเตอร์ส รายงานว่า ประชาชนราว 3 หมื่นคน ได้ดำเนินการเข้ายึดสถานที่ราชการและหน่วยงานรัฐหลายแห่ง โดยใช้ชื่อปฏิบัติการว่า "รัฐประหารโดยประชาชน" เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติการ ส่งผลให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ยึดพื้นที่กรมประชาสัมพันธ์ และกดดันให้ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ต้องหลบหนีออกจาหสำนักงานตำรวจได้
อย่างไรก็ตาม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาปฏิเสธ พร้อมกับย้ำว่า เมื่อวานนี้ ไม่มีสถานที่ราชการใด ที่ถูกยึดเพิ่มเติมโดยกลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจาก แม้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปหลายสถานที่ แต่หลังจากไปถึงแล้ว ก็เดินทางกลับ
ปิดท้ายที่ ซีเอ็นเอ็น ซึ่งรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ได้พยายามเข้ายึดสถานที่ราชการ และหน่วยงานรัฐหลายแห่ง เพื่อเข้าไปหาตัว ยิ่งลักษณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตามเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เข้าไปในพื้นที่หวงห้าม โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาล
สื่อชื่อดังจากแดนมะกัน ระบุว่า หากผู้ชุมนุมสามารถยึด ทำเนียบรัฐบาลได้ จะถือเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของผู้ประท้วง เนื่องจากทำเนียบรัฐบาลคือ "ศูนย์กลางแห่งอำนาจ"







