
แต่งตัวไปทำงาน ที่เกาหลี... (จบ)
‘แม่ของชาอึนซัง’ ยากจน จึงมาทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านตระกูลคิมของ “คิมทัน”
‘แม่ของชาอึนซัง’ ยากจน จึงมาทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านตระกูลคิมของ “คิมทัน” ซึ่งทำให้นางมีรายได้เพียงแค่ 5 หมื่นกว่าบาทต่อเดือน และเนื่องจากนางต้องถอนเงินมัดจำห้องเช่า 2.4 แสนบาท ส่งไปเป็นทุนให้ลูกสาวคนโตที่หลอกว่ากำลังจะแต่งงานกับฝรั่งที่อเมริกา จึงทำให้ไม่มีที่อยู่และต้องย้ายเข้ามาพักอาศัยในห้องคนรับใช้ที่บ้านนายจ้างพร้อมกับชาอึนซัง และนั่นทำให้สถานะของชาอึนซังกับคิมทันยิ่งแตกต่างกันมากจนเป็นอุปสรรคต่อความรักของเด็กทั้งสอง...
ละครเรื่อง “ซังซกจาเดิล หรือ The Heir” ที่ “อีมินโฮ” สุดหล่อขวัญใจป้าเชกา เล่นเป็นพระเอกในบทของเด็กหนุ่มทายาทอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดกับหญิงสาวซินเดอร์เรลล่ายุคไอที ที่กำลังออนแอร์ในช่อง SBS อยู่ขณะนี้ เป็นปรากฏการณ์ฮอตฮิตอีกครั้งในสังคมออนไลน์ที่ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ติดกันงอมแงมค่ะ พล็อตเรื่องได้สะท้อนภาพสังคมเกาหลีหลายประเด็นตั้งแต่สถานภาพของลูกนอกสมรสที่สังคมไม่ยอมรับ จนถึงปัญหาชนชั้นที่แบ่งกันด้วยจำนวนเงินในกระเป๋า ค่านิยมเรื่องเงินตราสำคัญกว่าคุณธรรม และชีวิตรันทดของชนชั้นแรงงาน... แม้ว่าจะเวอร์เกินไปสักหน่อย แต่ก็ไม่เกินเลยความจริงไปมาก เงินเดือนแม่บ้านอันน้อยนิด (ในเกาหลี) ไม่เพียงพอที่จะทำให้อยู่อย่างสุขสบายได้ นับประสาอะไรกับค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับผู้ใช้แรงงาน
คณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำเกาหลีมีมติให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำปี 2014 เป็นวันละ 5,210 วอน (ราว 1,389 บาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2013 อีกวันละ 93 บาท ซึ่งกว่าจะได้มาก็มีการลุ้นและประท้วงกันอย่างมาราธอนตามฤดูกาล ซึ่งจัดขึ้นราวกลางปีของทุกๆ ปี ดังนั้นค่าจ้างรายเดือนสำหรับแรงงานต่างชาติที่ทำงานราว 26 วัน (ทว่ากฎหมายกำหนดสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมงหรือ 5 วัน) ซึ่งใช้ฐานค่าแรงขั้นต่ำอันเดียวกันจะเป็นเดือนละประมาณ 36,114 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะหาบ้านดีๆ ในเกาหลีอยู่ได้หรอกค่ะ สภาพคงไม่ต่างจากแม่อึนซังสักเท่าไร
ที่จริง “มินจูโนชง ” หรือสหภาพแรงงานเพื่อประชาชนเกาหลี ได้ยื่นข้อเสนอค่าแรงของปี 2014 แก่คณะกรรมการฯ เป็นวันละ 1,576 บาท แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่สภาวะเศรษฐกิจกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศมากกว่าการหาเสียงและคะแนนนิยม จึงทำให้ไม่สามารถขึ้นตามที่ร้องขอได้ ด้วยเหตุนี้ในอดีตที่ผ่านมาจึงทำให้เกาหลีมีศักยภาพทางด้านการผลิตในตลาดโลกจนก้าวกระโดดขึ้นมาในปัจจุบัน แม้ว่าค่าแรงจะเป็นประเด็นร้อนในสังคมเกาหลีที่เปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรมอย่างสมบูรณ์ ซึ่งทำให้แรงงานทางด้านการเกษตรแทบจะไม่เหลือให้สร้างผลผลิตอันเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ปัจจัยทั้งหลายที่เป็นปัญหาทางด้านแรงงานเหล่านี้จึงทำให้เกิดความต้องการแรงงานต่างชาติในที่สุด
ในแง่หนึ่ง แรงงานต่างชาติในระบบยังดีกว่าแม่ของชาอึนซังที่มีอาชีพแม่บ้าน เพราะการว่าจ้างกันเองตามบ้านไม่ได้ถูกคุ้มครองด้วยกฎหมายแรงงาน จึงไม่ได้สวัสดิการหลายอย่างเหมือนที่แรงงานต่างชาติที่เข้าไปทำงานอย่างถูกกฎหมายได้ เช่น เงินบำนาญที่ทำงานมาครบ 1 ปี ผลประโยชน์จากเงินประกันกรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง (ประกันอุบัติเหตุและประกันค่าเดินทางกลับประเทศ ลูกจ้างจ่ายเอง) นอกจากนี้กฎหมายแรงงานเกาหลีบังคับใช้จริงจังในการห้ามเลือกปฏิบัติ ห้ามแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมด้วยเป็นเหตุผลที่เป็นลูกจ้างต่างชาติ (แต่สามารถแบ่งแยกตามเหตุผลเช่นตามความสามารถและกำลังการผลิตของลูกจ้างต่างชาติได้)
เขียนเรื่องนี้มา 5 สัปดาห์จนจบแล้วค่ะ...สำหรับท่านที่ตัดสินใจสมัครไปทำงานในเกาหลีก็ขอให้ตั้งใจปฏิบัติงานให้ดี เพราะแม้ว่าสัญญาจ้างงาน 1 รอบจะจ้างงานได้ไม่เกิน 3 ปี ซึ่งหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาจ้างงานแล้วต้องออกนอกประเทศ และต้องเว้นวรรค 6 เดือนก่อนเริ่มกระบวนการสมัครขึ้นทะเบียนคนหางานใหม่ แต่ยังมีโอกาสพิเศษเปิดให้แก่นายจ้างและลูกจ้างที่มีจิตใจตรงกัน ซึ่งมีความประสงค์จะต่ออายุสัญญา ให้ต่อได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 2 ปี ก่อนที่ลูกจ้างจะเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งกรณีนี้พบเห็นได้มากมายกับลูกจ้างไทย เหตุผลหนึ่งคือ ชาวเกาหลีชอบความซื่อสัตย์และขยันของลูกจ้างชาวไทยค่ะ







