
พม่าหวังทวงบัลลังก์ข้าวดันส่งออกเพิ่ม2เท่าปีหน้า
พม่าปรับนโยบายเตรียมเพิ่มปริมาณการส่งออกข้าวให้ได้มากกว่า 2 เท่าจากปัจจุบัน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
พม่าปรับนโยบายเตรียมเพิ่มปริมาณการส่งออกข้าวให้ได้มากกว่า 2 เท่าจากปัจจุบัน หวังทวงแชมป์ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก เล็งชิงยอดขายกับไทย เวียดนาม และกัมพูชา
บลูมเบิร์กรายงานอ้าง โต ออง มยินต์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้า กระทรวงพาณิชย์พม่า ระบุว่า รัฐบาลได้ปรับนโยบายค้าข้าวของประเทศ โดยจะเพิ่มการส่งออกให้อยู่ในระดับ 2.5 ล้านตัน ในปี 20142015 จาก 1.8 ล้านตันในปีนี้นับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. พร้อมตั้งเป้าเพิ่มการส่งออกเป็น 4.8 ล้านตันในปี 20192020 โดยครึ่งหนึ่งของปริมาณการส่งออกนี้จะส่งไปที่จีน
“เราเห็นโอกาสที่สดใสในการส่งออกข้าว เพราะตลาดการค้าข้าวของโลกขยายตัวมากขึ้นและความต้องการของจีนที่เพิ่มขึ้น และเราก็มีทรัพยากรที่จะผลิตให้มากขึ้นเพื่อเพียงพอกับความต้องการ” โต กล่าวพร้อมระบุถึงจีน ประเทศในแอฟริกา รัสเซีย และยุโรป ว่าเป็นประเทศคู่ค้าของพม่าอีกด้วย
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้า คาดว่า ปริมาณข้าวสารจะอยู่ที่ 12.9 ตันในปีเพาะปลูกนี้ ซึ่งมากกว่าความต้องการในประเทศที่ 11 ล้านตัน และคาดว่าผลผลิตในฤดูกาลเพาะปลูกหน้าจะเพิ่มเป็น 13.3 ล้านตัน
ขณะเดียวกัน เกียรติศักดิ์ กัลยาสิริวัฒน์ ประธานของแอสเซนด์ คอมโมดิตี้ เอสเอ บริษัทการค้าสินค้าโภคภัณฑ์จากสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ข้าวราคาถูกของพม่ามีความน่าสนใจกว่าข้าวจากไทยและเวียดนามที่มีราคาแพงกว่าข้าวของพม่าถึง 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน
นอกจากนี้ พม่ายังมีศักยภาพการผลิตที่แข็งแกร่ง ยืนยันได้จากการศึกษาของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ที่ระบุว่า จุดแข็งของพม่าคือต้นทุนการผลิตที่ต่ำ พื้นที่มีขนาดใหญ่และมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งน้ำและแรงงาน
อย่างไรก็ตาม มามาดู ซิสส์ ประธานของแอลลิแอนซ์ คอมโมดิตี้ สวิส เอสเอ บริษัทค้าข้าวในสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า แม้พม่าจะมีศักยภาพในการผลิตข้าวให้มากขึ้น ทว่าระบบขนส่งสินค้าจะเป็นตัวฉุดรั้งที่ทำให้พม่าไม่สามารถขนส่งได้ในปริมาณมากๆ เนื่องจากท่าเรือขนส่งพม่ายังมีความแออัด
คอนเซปซัน คาล์ฟ นักเศรษฐศาสตร์ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) มองว่า พม่าต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านการขนส่งสินค้าและกระบวนการดำเนินการต่างๆ อย่างเร่งด่วน
กระนั้นก็ตาม คาล์ฟ ยังกล่าวว่า การแปรรูปองค์กรของรัฐให้เป็นของเอกชนในการส่งออกข้าวเมื่อปี 2003 และการเปิดประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้เมื่อปี 2010 นับเป็นการเสริมศักยภาพการส่งออกข้าวของพม่าให้แข็งแกร่ง
“พม่ามีศักยภาพที่จะเป็นประเทศส่งออกข้าวชั้นนำของโลก เพราะเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในภูมิภาคที่ไม่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ พื้นที่ และแรงงาน อีกทั้งยังตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ติดกับอินเดียและจีน” คาล์ฟ กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐ (ยูเอสดีเอ) ระบุว่า พม่าเคยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 19611963 ด้วยปริมาณ 1.61.7 ล้านตันต่อปี ก่อนจะถูกไทยแซงหน้าหลังจากนั้น







