
กรีกดรามา
ถึงเวลาพลเมืองชาวกรีซต้องร่วมมือรัดเข็ดขัดช่วยชาติให้แน่นขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่รัฐบาลยอมรับเงื่อนไขหั่นงบประมาณรายข่ายลงอีก เพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากอียู และไอเอ็มเอฟ
ถึงเวลาพลเมืองชาวกรีซต้องร่วมมือรัดเข็ดขัดช่วยชาติให้แน่นขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่รัฐบาลยอมรับเงื่อนไขหั่นงบประมาณรายข่ายลงอีก เพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากอียู และไอเอ็มเอฟ
เห็นชื่อ กรีก ดรามา แล้วอย่าเพิ่งนึกว่าเป็นหนังเศร้าเคล้าน้ำตาลงจอที่ไหน หนังชีวิตของจริงไม่ต้องอิงนิยายเรื่องนี้ มีฉายที่เดียวคือที่ประเทศกรีซเท่านั้น
ที่เรียกว่าเป็นดรามา ต้องบอกว่าคำนี้อ้างอิงมาจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีจากเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ที่เปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า งานนี้มันดรามาชัดๆ
เพราะแม้ว่าล่าสุด รัฐบาลกรีกจะบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในเงินกู้หลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐได้แล้ว แต่ใช่ว่ามรสุมจะหมดลงไปด้วย
สิ่งที่ต้องแลกมาคือการหั่นงบประมาณรายจ่ายลงครั้งมหาศาล 3 หมื่นล้านยูโร คิดเป็นเงินไทยได้ราวๆ 1.32 ล้านล้านบาท
ใครเห็นก็ต้องร้องว่าหั่นกันมหาศาลแบบนี้ ต้องเรียกว่าเป็นบททดสอบครั้งหนักหนาที่สุดของกรีซ แต่หากจะเรียกให้ถูกก็ต้องบอกว่าของ “ประชาชนชาวกรีกทั้งประเทศ”
เพราะเท่ากับว่าจะต้องมีมหกรรมการหั่น เฉือน ลด ทั้งคนทั้งเงินกันมหาศาลตามมา ชนิดที่หนังโศกทั้งหลายก็ยังเรียกน้ำตาได้ไม่เท่าหนังชีวิตเรื่องนี้
เบื้องต้นนั้น พนักงานและลูกจ้างของรัฐ รวมไปถึงอดีตพนักงานเกษียณ จะถูกตัดเงินโบนัสลงครั้งใหญ่ รัฐบาลจะขึ้นภาษีซื้อขายเพิ่มจาก 21% เป็น 23% ภายในปีนี้ และจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีบริการเป็นรายต่อไป ส่วนอายุวัยเกษียณของผู้หญิงก็จะถูกปรับขึ้นเป็น 65 ปี จาก 60 ปี เท่ากับผู้ชาย
แปลง่ายๆ ว่า เงินเข้ากระเป๋าน้อยลง แต่ข้าวของจะแพงขึ้น และทุกคนต้องขยันทำงานกันมากขึ้น แม้จะเป็นที่เข้าใจได้ในสายตาของคนทั่วไป เพราะกรีซตอนนี้ถังแตกเหลือแสน ทั้งหนี้สาธารณะ และหนี้งวดแรกที่ต้องเริ่มจ่ายในเดือน พ.ค.นี้
แต่ใช่ว่าชาวกรีกจะเข้าใจไปด้วย ที่ผ่านมานั้นกระแสต่อต้านไม่ให้ตัดลดงบรายจ่ายก็รุนแรงอยู่แล้ว และคาดว่าปฏิกิริยาของคนทั่วไปในวันจันทร์นี้ อาจชัดเจนและรุนแรงขึ้น
ชาวกรีกจะยอมรับกันได้หรือไม่ อย่างไรนั้น คงไม่มีใครชาติใดไปตอบแทนได้ แต่ที่แน่ๆ วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่สุดของคนกรีกในรอบหลายสิบปี และไม่มีใครช่วยได้นอกจากคนกรีกด้วยกันเอง
ช่วยด้วยการร่วมมือกับรัฐบาล ยอมรับการตัดลดรายจ่ายมหาศาล ช่วยด้วยการประหยัดโดยเฉพาะลดการใช้น้ำมันและสินค้านำเข้าฟุ่มเฟือย และช่วยกันขยันทำงานเพื่อฟื้นประเทศอีกครั้ง หลังสุรุ่ยสุร่ายมือเติบกันมานานเต็มที
หากทำได้ ชาวกรีกจะกลายเป็นตัวอย่าง พลพรรคฮีโร่กู้ชาติของโลกอย่างแท้จริงค่ะ







