
สื่อนอกจับตาม็อบยึดกรุงเทพฯ
สื่อต่างประเทศจับตาสถานการณ์การเมืองไทยใกล้ชิด หลังม็อบบุกยึดคลัง-บัวแก้ว
สื่อต่างประเทศจับตาสถานการณ์การเมืองไทยใกล้ชิด หลังม็อบบุกยึดคลัง-บัวแก้ว
บรรดาสื่อต่างประเทศทั่วโลกจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในไทยอย่างใกล้ชิด โดยเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น และบีบีซี ซึ่งเป็น 2 สื่อกระแสหลักยักษ์ใหญ่จากฝั่งสหรัฐและอังกฤษ ต่างให้ความสนใจข่าวรัฐบาลประกาศขยาย พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกรณีที่ม็อบขับไล่รัฐบาลบุกยึดกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ
บีบีซีรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนได้เดินหน้าประท้วงเป็นวันที่ 2 เมื่อวานนี้ โดยเคลื่อนพลไปตามจุดสำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯ ก่อนจะนำไปสู่การบุกยึดสถานที่ราชการอย่างกระทรวงการคลังตามมา
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการประท้วงบุกยึดสถานที่ราชการสำคัญๆ ในประเทศไทยเพื่อให้การทำงานของภาครัฐต้องชะงักงันเป็นอัมพาต และวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อนี้ก็ดูจะไม่มีทางจบลงได้ง่ายๆ เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ต่างขาดความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานของรัฐและระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว ทุกคนยังไม่รู้ว่าปัญหานี้จะจบลงอย่างไร แต่เชื่อแน่ว่าคงจบไม่สวยนัก” โจนาธาน เฮด รายงานจากภายในกระทรวงการคลัง
ทางด้านซีเอ็นเอ็น ก็เน้นรายงานถึงการบุกยึดกระทรวงการคลัง ในการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงนองเลือดในปี 2010 พร้อมกับระบุถึงสถานการณ์ของม็อบที่เริ่มมีความเป็นปฏิปักษ์กับผู้สื่อข่าวทั้งนักข่าวท้องถิ่นและต่างชาติมากขึ้น โดยยกกรณีการกระทบกระทั่งที่เกิดขึ้นกับช่างภาพชาวเยอรมันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ สถานการณ์ปัญหาทางการเมืองรอบใหม่ในประเทศไทยที่ทวีความตึงเครียดขึ้น ส่งผลให้มีหลายประเทศทั่วโลกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่มายังประเทศไทย ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้การชุมนุมในกรุงเทพฯ แล้ว
ขณะที่อัลจาซีราห์ ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องแถลงประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดโดยรอบเมื่อคืนวานนี้ เพื่อรับมือกับกลุ่มผู้ประท้วงที่เริ่มบุกยึดสถานที่ราชการหลายแห่ง โดยเป็นการขยายการบังคับใช้ออกไปหลังจากที่เริ่มประกาศใช้มาตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่กฎหมายความมั่นคงฉบับนี้จะเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถปิดถนน ประกาศเคอร์ฟิว และห้ามการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ที่จำกัดได้
การประท้วงเพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณและรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มทวีความตึงเครียดขึ้นในการประท้วงใหญ่ของกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 1.5 แสนคน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่การประท้วงจะบานปลายเป็นการบุกยึดกระทรวงการคลังเมื่อวานนี้ ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ของการทำให้กลไกรัฐเป็นอัมพาตด้วยการทำให้ข้าราชการหยุดทำงาน
ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ยังได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ถึงสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในประเทศไทย ว่า รัฐบาลสหรัฐมีความเป็นห่วงกังวลถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นในไทย และกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดถึงการชุมนุมประท้วงที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพฯ โดยสหรัฐขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง อดทนอดกลั้น และเคารพต่อหลักกฎหมาย ซึ่งการใช้ความรุนแรงและการบุกยึดสถานที่ราชการหรือสถานที่ส่วนบุคคลนั้น ไม่ใช่วิธีการที่ยอมรับได้ในการแก้ไขปัญหาความแตกต่างทางการเมือง
สหรัฐยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดถือในหลักปฏิบัติสากล ซึ่งรับประกันเสรีภาพของสื่อมวลชนและความปลอดภัยของนักข่าว และแสดงความเชื่อมั่นว่า ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันเพื่อสลายความแตกต่างทางการเมืองด้วยการเจรจาพูดคุยกันอย่างสันติ ซึ่งเป็นหนทางที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ







