posttoday
ฟอร์บส์ชี้ ศก.ไทยน่าห่วงประชานิยมดันหนี้พุ่ง

ฟอร์บส์ชี้ ศก.ไทยน่าห่วงประชานิยมดันหนี้พุ่ง

12 พฤศจิกายน 2556

นิตยสารฟอร์บส์เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า แม้ว่าหลายฝ่ายจะหันไปจับตาดูประเด็นการลุกฮือขึ้นประท้วงการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

นิตยสารฟอร์บส์เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า แม้ว่าหลายฝ่ายจะหันไปจับตาดูประเด็นการลุกฮือขึ้นประท้วงการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยของรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิด แต่ในอีกด้านหนึ่งไทยกลับกำลังเผชิญปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาหนี้ทั้งภาครัฐและหนี้ครัวเรือน ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่เพียงจะส่งผลเฉพาะแค่ไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อีกด้วย

ทิม เฟอร์กูสัน ผู้สื่อข่าวของนิตยสารด้านธุรกิจชื่อดังจากสหรัฐ ระบุว่า แม้ว่าปริมาณหนี้ที่เพิ่มขึ้นใหม่จะไม่ได้นำไปสู่การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเหมือนเมื่อครั้งปี 1997 หรือ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” แต่ก็สามารถที่จะส่งผลต่อการฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สดใสในอนาคตอันใกล้นี้ได้ไม่น้อยทีเดียว

สัญญาณบ่งชี้ถึงสิ่งที่น่าวิตกต่อเศรษฐกิจไทยคือ การที่ผู้กำหนดนโยบายของไทย และบางประเทศในอาเซียนหันมาดำเนินนโยบายประชานิยมแบบลดแลกแจกแถม ทั้งโครงการสวัสดิการสังคม และการกระตุ้นการใช้จ่ายในโครงการต่างๆ จนทำให้อัตราหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนของหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ถึงแม้โดยทั่วไปจะมีอัตราทุนสำรองแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศดีขึ้น และมีหนี้ที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปี 1997 แต่ปริมาณหนี้ต่อภายนอกประเทศของไทยก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะน่าเป็นห่วงมากขึ้นเรื่อยๆ” เฟอร์กูสัน ระบุ

ทั้งนี้ แม้ว่าหลายฝ่ายจะกล่าวว่าปัญหาหนี้ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากกระแสเงินทุนร้อนของตะวันตกที่เร่งอัดฉีดผ่านนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไหลบ่าเข้ามาในเอเชียเพื่อหาผลตอบแทนที่ดีกว่า ทว่าส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการใช้จ่ายอย่างเกินตัวของผู้บริโภคของไทยก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้หนี้เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ ผลจากความหวั่นวิตกว่าการลดมาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะหมดลง และการที่เศรษฐกิจเอเชียในหลายประเทศยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งเร้าให้มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้นไปอีก โดยล่าสุด แม้แต่บริษัท มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ยกระดับเครดิตของฟิลิปปินส์ขึ้นไปอยู่ที่ Baa3 แล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้การเดินหน้านโยบายประชานิยมของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย จะช่วยให้คนเริ่มมีฐานะร่ำรวยขึ้นมา และดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีถ้าหากการขยายตัวของเศรษฐกิจเกื้อหนุนกับระดับการบริโภคดังกล่าว แต่หากว่าการขยายตัวจีดีพีเกิดการชะลอตัวลง ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นแล้วกับอินโดนีเซีย ปัญหาย่อมเกิดขึ้น

แม้ว่าที่ผ่านมากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะยังไม่เตือนถึงความเสี่ยงเรื่องหนี้ครัวเรือน แต่ก็ได้แสดงความเป็นห่วงถึงภาวะความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก ที่กระแสเงินทุนร้อนกำลังไหลเข้าสู่และออกจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเช่นอาเซียนมาแล้ว

นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ที่เพิ่มขึ้นจะกลายเป็นปัญหาในระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะจีนที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ เนื่องจากหากปัญหาหนี้ในประเทศปะทุขึ้นมา ย่อมทำให้จีนประสบปัญหากับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจีดีพี และไม่สามารถจ่ายหนี้คืนได้ ซึ่งน่าจะเท่ากับเป็นการปิดฉากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมหัศจรรย์ของจีนอย่างแท้จริง

“ยังไม่มีใครคาดคิดเช่นนั้น แต่กล่าวได้ว่าเริ่มมี ความหวาดวิตกและสงสัยขึ้นแล้ว โดยเห็นได้จากปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น” เฟอร์กูสัน ระบุ

ผู้เขียนจากนิตยสารฟอร์บส์ ระบุปิดท้ายว่า ถึงแม้ปัจจุบันการลงทุนของต่างชาติในกรุงเทพฯ และพื้นที่ตอนในของไทยจะยังคงแข็งแกร่งอยู่ โดยเฉพาะการได้แรงหนุนจากการกระตุ้นนโยบายเศรษฐกิจของญี่ปุ่น แต่ไทยก็ไม่สามารถที่จะสบายใจกับปัญหาดังกล่าวได้อีกต่อไป โดยเฉพาะการมัวแต่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวและเงินจากการลงทุนอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง