
สื่อนอกประโคมข่าวไทยเสียพื้นที่เขาพระวิหาร
สื่อต่างประเทศหลายสำนักพร้อมใจพาดหัวข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่าการตัดสินของศาลโลกทำให้ไทยเสียพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารให้กัมพูชา
สื่อต่างประเทศหลายสำนักพร้อมใจพาดหัวข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่าการตัดสินของศาลโลกทำให้ไทยเสียพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารให้กัมพูชา
หลังการพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) กรณีพื้นที่พิพาททับซ้อนบริเวณปราสาทเขาพระวิหารเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศหลายสำนัก อาทิ สถานีโทรทัศน์บีบีซีแห่งอังกฤษ เว็บไซต์ข่าวดีดับเบิลยูแห่งเยอรมนี สำนักข่าวอัลจาซีรา สถานีโทรทัศน์เอบีซี และหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ซึ่งอ้างรายงานจากสำนักข่าวเอพี ต่างรายงานข่าวไปในแนวทางเดียวกันว่า พื้นที่พิพาทดังกล่าวเป็นของกัมพูชา โดยกัมพูชามีอำนาจเหนือดินแดนส่วนใหญ่ของพื้นที่ และไทยต้องถอนทหารออกจากพื้นที่บริเวณนั้นๆ
รายงานทั้งหมดยังได้เอ่ยถึงปฎิกิริยาของผู้นำทั้งสองประเทศที่เป็นไปในทำนองเดียวกัน โดยทางนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้จัดแถลงข่าวหลังมีประกาศตัดสินยืนยันที่จะเคารพการตัดสินใจของศาลโลก เช่นเดียวกันกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซนที่กล่าวแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าพูดคุยเจรจากับไทยเพื่อรักษาความสงบบริเวณชายแดน รวมถึงจะไม่ทำอันใดที่จะนำไปสู่ความตึงเครียดของทั้งสองฝ่าย พร้อมกับแสดงความยินดีกับคำตัดสินครั้งนี้ โดยระบุว่า ทำให้เส้นแบ่งพรมแดนของทั้งสองประเทศมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
โจนาห์ ฟิชเชอร์ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์บีบีซีประจำประเทศไทยรายงานว่า คำตัดสินครั้งนี้คือการรับรองชัยชนะของทางกัมพูชา กระนั้น ตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายยังจำเป็นต้องเดินหน้าเจรจา
ขณะที่ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวเอพีได้สัมภาษณ์ความเห็นของมานน์ วันนา วัย 55 ปี ชาวบ้านชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านสะราห์ คะโดล พื้นที่ห่างจากปราสาเขาพระวิหารราว 20 กิโลเมตร ที่กล่าวว่ารู้สึกดีใจกับคำตัดสินของศาลโลกครั้งนี้ เพราะทำให้ความขัดแย้งที่ทำให้คนไทยและกัมพูชาต้องนองเลือดรุนแรงจบสิ้นลงเสียที และไทยควรต้องเคารพคำตัดสินดังกล่าว







