
โลกยื่นมือช่วยฟิลิปปินส์แล้ว
นานาชาติระดมความช่วยเหลือช่วยชาวฟิลิปปินส์ ขณะที่ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก คนในท้องที่เผยเริ่มมีปัญหาปล้นสะดมกันแล้ว หลังจากไม่สามารถเข้าถึงอาหารและน้ำดื่มได้
นานาชาติระดมความช่วยเหลือช่วยชาวฟิลิปปินส์ ขณะที่ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก คนในท้องที่เผยเริ่มมีปัญหาปล้นสะดมกันแล้ว หลังจากไม่สามารถเข้าถึงอาหารและน้ำดื่มได้
นานาชาติต่างระดมความช่วยเหลือไปยังประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากที่ต้องประสบกับพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะคร่าชีวิตผู้คนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน
ขณะที่ทางการของฟิลิปปินส์ต่างเร่งระดมให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากซากปรักหักพังแล้ว แต่การให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะหลายหมู่บ้านถูกตัดขาด อีกทั้งยังมีสภาพเป็นโคลนเละอีกด้วย ส่วนเมืองที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ ทาโคบัน ซึ่งอยู่ทางตอนกลางทางฝั่งตะวันตกของประเทศ
นอกจากนี้ รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศยังเผยอีกว่า ประชาชนจำนวนมากที่รอดชีวิตจากเหตุพายุไต้ฝุ่นครั้งรุนแรงในประวัติศาสตร์ ยังไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด อาหาร และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอีกด้วย
ส่วนประชาชนในพื้นที่ประสบเหตุภัยพิบัติเผยว่า จากปัญหาขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ทำให้ในขณะนี้เริ่มมีปัญหาการปล้นและขโมยสิ่งของตามห้างสรรพสินค้า และร้านขายของเกิดขึ้นแล้ว เพื่อหาอาหารและน้ำดื่มมาประทังชีวิตให้รอดพ้นจากสภาวะอดอยาก
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้ส่งสารแสดงความเสียใจมายังประชาชนชาวฟิลิปปินส์ที่เสียชีวิต และสูญเสียทรัพย์สินจากเหตุภัยพิบัติดังกล่าว และขอชื่นชมชาวฟิลิปปินส์ที่สามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลางภาวะที่เลวร้ายได้
ขณะที่ ชัค เฮเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เผยว่าได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัยไปให้กับทางรัฐบาลฟิลิปปินส์แล้ว
ด้าน คณะกรรมาธิการของสหภาพยุโรป (อีซี) ได้อนุมัติงบช่วยเหลือฉุกเฉิน 3 ล้านยูโร พร้อมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความช่วยเหลือยามเกิดภัยพิบัติไปยังฟิลิปปินส์แล้วเช่นกัน
ส่วน สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้จัดส่งเต็นท์ที่อยู่อาศัยชั่วคราว พร้อมกับอาหารและอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานแล้ว
ทั้งนี้ พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ได้รับการระบุว่าเป็นพายุลูกหนึ่งที่พัดเข้าฝั่งแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มีการจดบันทึกมา โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้พัดเข้าถล่มทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ ล่าสุดในขณะนี้ได้พัดเข้าทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามแล้ว และคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทางภาคใต้ของจีนในวันอังคารนี้
ความเร็วลมของพายุดังกล่าวโดยปกติอยู่ที่ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหากมีลมกรรโชกแรงจะอยู่ที่ 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังทำให้เกิดคลื่นสูงถึง 15 เมตร และทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก โดยวัดปริมาณน้ำฝนถึง 400 มิลลิเมตร







