
ต่างชาติแนะให้ไทยพอใจสิ่งที่เป็นอยู่
บทวิเคราะห์ในไต้หวันนิวส์ออนไลน์ชี้การเมืองไทยดีกว่าเพื่อนบ้านมาก แนะให้พอใจ และรอเลือกตั้งครั้งใหม่
บทวิเคราะห์ในไต้หวันนิวส์ออนไลน์ชี้การเมืองไทยดีกว่าเพื่อนบ้านมาก แนะให้พอใจ และรอเลือกตั้งครั้งใหม่
โจเอล บริงค์เลย์ นำเสนอบทวิเคราะห์สถานการณ์ความวุ่นวายของการเมืองไทยผ่านเว็บไซต์ไต้หวันนิวส์ออนไลน์โดยเปรียบเทียบกับการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งแนะทางออกให้ชาวไทยพอใจกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ และให้อดทนรอการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น
บริงค์เลย์ ระบุถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเป็นภูมิภาคที่น่าสับสนที่สุดภูมิภาคหนึ่ง บทวิเคราะห์ได้ยกตัวอย่างถึงระบบการเมืองการปกครองของบรรดาประเทศเพื่อนบ้านของไทยว่าแต่ละประเทศล้วนแล้วแต่ประสบปัญหาแตกต่างกันออกไป
ระบอบการปกครองของพม่าตกอยู่ภายใต้เผด็จการทหารที่ยึดอำนาจการปกครองมาตั้งแต่ปี 2533 ถึงแม้ว่าล่าสุดรัฐบาลทหารพม่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในภายในปีนี้ แต่ก็ได้ห้ามไม่ให้นางอองซาน ซูจีผู้ที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยให้แก่พม่ามาโดยตลอดมีสิทธิลงเลือกตั้ง หลายฝ่ายประเมินกันว่าการจัดให้มีการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งทำของรัฐบาลทหารพม่า
ทางด้านลาวก็เป็นประเทศยากจน ไม่มีทางออกสู่ทะเล และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ยิ่งไปกว่านั้นพบว่า เด็กกว่าครึ่งประเทศไม่ได้รับการดูแลให้ได้รับการเลี้ยงดู และไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ
กัมพูชาภายหลังผ่านชะตากรรมอันเลวร้ายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุคที่เขมรแดงเรืองอำนาจ ปัจจุบันก็ตกอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองที่เรียกว่า “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” หรือระบอบที่ข้าราชการและนักการเมืองมุ่งแสวงหาอำนาจ และเข้าครอบครองกลไกรัฐเพื่อหาประโยชน์เข้าตัวเอง
ทางด้านมาเลเซียถึงแม้ว่าจะมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ประสบปัญหาในเรื่องของการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการจับกุมผู้นำพรรคฝ่ายค้าน และผู้สื่อข่าวที่อยู่ตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ตลอดจนการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่ม การนับถือศาสนา รวมทั้งเสรีภาพสื่อด้วย
เมื่อกลับมาพิจารณาระบบการเมืองในไทย ก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น การจำกัดสิทธิเสรีภาพ รวมทั้งการรัฐประหารที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาของการเมืองไทยได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจะพบว่า การเมืองไทยยังมีความเป็นประชาธิปไตย และเสรีกว่าในประเทศเพื่อนบ้านมาก
บทวิเคราะห์ทิ้งท้ายไว้ว่าเวลานี้ชาวไทยควรจะหันมองปัญหาของระบอบการเมืองการปกครองประเทศเพื่อนบ้าน และไตร่ตรองให้ดีว่าตนโชคดีแค่ไหนที่ได้อยู่ในประเทศที่มีระบอบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย และรอเวลาให้เกิดการเลือกตั้งในครั้งต่อไป







