
FDIแห่ซบชาติศก.เกิดใหม่
อังค์ถัดชี้รวยทรัพยากร-ดีมานด์ภายในสูง เอเชีย-ไทยลดเพราะแนวโน้มเติบโตช้า
อังค์ถัดชี้รวยทรัพยากร-ดีมานด์ภายในสูง เอเชีย-ไทยลดเพราะแนวโน้มเติบโตช้า
อังค์ถัดชี้เอฟดีไอทั่วโลกครึ่งปีแรกไหลเข้าชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่มากสุด แต่เอเชียไทยลดลง
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) เปิดเผยผลสำรวจเรื่องกระแสการไหลเวียนของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ในครึ่งปีแรกปี 2556 พบว่าสัดส่วนเอฟดีไอทั่วโลกไหลเข้าตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ถึง 60% ซึ่งสูงสุดตั้งแต่บันทึกมา ขณะที่ขนาดเอฟดีไอทั่วโลกปรับขึ้น 4% เมื่อเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 2555 หรือมีมูลค่าเท่ากับ 7.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพราะชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ส่วนใหญ่มีทรัพยากรสมบูรณ์และมีแนวโน้มความต้องการบริโภคภายในสูง
ขณะที่เอเชีย โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งมีชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่น่าจับตามอง ปริมาณเอฟดีไอกลับไหลออก โดยเมื่อเทียบกับครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว ไทยลดลง 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ อินโดนีเซียลดลง 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และสิงคโปร์ลดลง 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 2.59 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ผลจากการเติบโตที่อ่อนแรง เศรษฐกิจมหภาคไม่แน่นอน และกำลังบริโภคภายในลด
แม้เอฟดีไอในชาติกำลังพัฒนาในเอเชียจะลดลง แต่โดยรวมแล้วยังมีมากกว่าเอฟดีไอภูมิภาคอื่น โดยมีสัดส่วนเกินครึ่งของเอฟดีไอในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของเอฟดีไอทั่วโลก ขณะที่อเมริกากลาง รัสเซีย และแถบแคริบเบียนคือกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีเอฟดีไอเพิ่มขึ้น
ด้านตลาดในประเทศพัฒนาแล้วเช่น สหรัฐ เยอรมนี และฝรั่งเศส มีเอฟดีไอลดลง เนื่องจากโตช้ากว่าที่คาดไว้ และผลจากการเมืองที่ไม่แน่นอน ขณะที่อังกฤษเป็นประเทศที่มีเอฟดีไอไหลเข้ามากที่สุด โดยอยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และจีนอยู่ในอันดับ 2 ที่ 6.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
พร้อมกันนี้ อังค์ถัดได้คาดการณ์ว่ากระแสการเคลื่อนไหวของเอฟดีไอในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มลดลง เพราะภาวะการฟื้นตัวของสหรัฐและยูโรโซนยังชะลอทำให้ปริมาณเอฟดีไอทั้งปีนี้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ก่อนที่จะปรับเพิ่มสูงขึ้นในปีหน้า







