
เอดจ์ฟันด์เอเชียโตสุดรอบ 5 ปีสะท้อนนักเลงทุนยังเชื่อมั่น
วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยรายงานว่า อุตสาหกรรมการลงทุนในกองทุนเก็งกำไร (เฮดจ์ฟันด์)
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยรายงานว่า อุตสาหกรรมการลงทุนในกองทุนเก็งกำไร (เฮดจ์ฟันด์) ของภูมิภาคเอเชียในปีนี้ได้กลับเข้าสู่ภาวะคึกคักอีกครั้ง โดยปริมาณเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุนดังกล่าวถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2008 เนื่องจากผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลกกำลังทำให้เอเชียกลายเป็นแหล่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมกองทุนเก็งกำไรดังกล่าวมากขึ้น
ข้อมูลจากบริษัท ยูเรกาเฮดจ์ ผู้ให้บริการข้อมูลและวิจัยการลงทุนรายใหญ่ของโลก เผยว่า เม็ดเงินสุทธิที่ไหลเข้าสู่กองทุนเก็งกำไรของเอเชียในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2013 อยู่ที่ 1.44 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ขณะนี้กองทุนเฮดจ์ฟันด์ในเอเชียมีสินทรัพย์อยู่ภายใต้การบริหารจัดการมากถึง 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปริมาณสินทรัพย์ที่เข้ามาอยู่ในกองทุนเก็งกำไรของเอเชียจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปี 2007 ที่เคยมีปริมาณสินทรัพย์ทั้งหมดอยู่ที่ 1.76 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ถือเป็นการสะท้อนว่าเหล่าผู้จัดการกองทุนเก็งกำไรต่างๆ ยังคงมีความเชื่อมั่นในการขยายตัวของเศรษฐกิจในเอเชียที่จะเติบโตได้เร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ ของโลกอยู่
ส่วนผลตอบแทนของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในภาพรวมของทั้งภูมิภาคเอเชีย 9 เดือนแรกอยู่ที่ 10.1% สูงกว่าเมื่อเทียบกับทวีปอเมริกาเหนือที่ให้ผลตอบแทนในช่วงเวลาเดียวกันที่ 6.3% และยุโรปที่ 5% ขณะที่เมื่อมองดูเป็นรายประเทศ ญี่ปุ่น ถือว่าให้ผลตอบแทนสูงเป็นลำดับต้นๆ ที่ 21.2% โดยคาดว่าเป็นผลพวงมาจากการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือ อาเบะโนมิกส์ ด้าน จีน ให้ผลตอบแทนที่ 11.5% โดยคาดว่าเป็นผลมาจากการที่เศรษฐกิจแดนมังกรยังสามารถรักษาการเติบโตเอาไว้ได้ดี แม้ว่าจะชะลอตัวลงบ้างก็ตาม
จากผลตอบแทนที่น่าดึงดูด ทำให้กองทุนเก็งกำไรจากต่างชาติเข้ามาสนใจลงทุนในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น โดยล่าสุดกองทุนกอตเทคฟันด์เมเนจเมนต์โฮลดิ้ง จากสวิตเซอร์แลนด์ ได้จับมือกับกองทุนเฮดแลนด์สเตทริจิคจากฮ่องกง ในการช่วยระดมทุน 900 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำไปลงทุนในกองทุนเก็งกำไรขึ้นใหม่
ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า ถึงแม้กองทุนเก็งกำไรส่วนใหญ่จะเน้นการลงทุนไปในหลายๆ ประเทศของภูมิภาคเอเชีย เพื่อกระจายความเสี่ยง แต่บางส่วนกลับมุ่งเน้นการลงทุนไปในจีน อีกทั้งบางกองทุนได้มุ่งให้ความสนใจไปยังกองทุนที่ลงทุนในตลาดพันธบัตร ซึ่งถือว่าแตกต่างจากการลงทุนทั่วไปที่มุ่งเน้นไปที่ตลาดหุ้น
“นักลงทุนทั่วโลกเต็มใจที่จะเสี่ยงมากขึ้น และผลตอบแทนของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในเอเชียก็เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา” ฟาฮัน มุมตัส นักวิเคราะห์อาวุโสของบริษัท ยูเรกาเฮดจ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กองทุนเก็งกำไรในเอเชียต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมาโดยตลอด เนื่องจากต้องพบกับภาวะการไถ่ถอนคืนจากนักลงทุนอย่างมหาศาล ตลอดจนถึงผลตอบแทนที่ไม่ดึงดูดมากนัก โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาเอเชียต้องประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า
อย่างไรก็ตาม ขนาดกองทุนเก็งกำไรในเอเชียยังคงมีปริมาณน้อยกว่าเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของโลก โดยในภูมิภาคอเมริกาเหนือมีสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกองทุนเฮดจ์ฟันด์มากถึง 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ยุโรปอยู่ที่ 4.14 แสนล้านเหรียญสหรัฐ







