
จีนเล็งห้ามคนติดเอดส์เข้าสปา
แม้พี่ใหญ่แดนมังกรจะพร่ำบอกประชาคมโลกทุกวี่วันว่าจะ “โมเดิร์นไนซ์” ประเทศให้มีอารยะ ต้องตาต้องใจนักลงทุนมากขึ้น แต่การกระทำกลับสวนทางด้วยการลิดรอนสิทธิพื้นฐานของประชาชนรายวัน
แม้พี่ใหญ่แดนมังกรจะพร่ำบอกประชาคมโลกทุกวี่วันว่าจะ “โมเดิร์นไนซ์” ประเทศให้มีอารยะ ต้องตาต้องใจนักลงทุนมากขึ้น แต่การกระทำกลับสวนทางด้วยการลิดรอนสิทธิพื้นฐานของประชาชนรายวัน
ล่าสุด รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนทำงามหน้าอีกครั้งด้วยการเผยร่างกฎหมายห้ามมิให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งมีจำนวนกว่า 7.8 แสนคนทั่วแดนมังกร ใช้บริการร้านสปา อ่างอาบน้ำสาธารณะ หรือบ่อน้ำพุร้อน ร่วมกับประชาชนคนทั่วไป โดยก่อนหน้านี้พี่จีนก็เคยห้ามมิให้ผู้ติดเชื้อเอดส์เข้ารับราชการ และกีดกันการทำงานในบริษัทเอกชน
เมื่อเรื่องเข้าหูนานาชาติ โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอดส์) ก็ออกโรงประณามการกระทำของรัฐบาลจีนทันควัน โดยระบุว่า การเหยียดผู้ติดเชื้อเอดส์ไม่ใช่เรื่องที่ประเทศศิวิไลซ์ทำกัน แถมเย้ยว่าไอเดียเรื่องโรคเอดส์แพร่กระจายไปในที่ร้อนๆ เป็นเรื่อง “โจ๊ก” เกินไปหรือเปล่า เพราะผลวิจัยนานาชาติก็ระบุชัดแล้วว่าเชื้อเอดส์ออกนอกร่างกายไม่นานก็ตาย
“ยูเอ็นเอดส์ขอแนะนำให้รัฐบาลจีนยกเลิกการห้ามผู้ติดเชื้อใช้บริการสาธารณะร่วมกับคนอื่นในร่างกฎหมายฉบับนี้โดยด่วน เนื่องจากเป็นการเลือกปฏิบัติแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์” เฮเดียน เบลฮาร์ด ผู้แทนจากยูเอ็นเอดส์ประจำประเทศจีนแถลงการณ์
เรื่องการเหยียดผู้ติดเชื้อเอดส์ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมแดนมังกร เพราะก่อนหน้านี้ทางการมณฑลกว่างโจวก็เคยแบนผู้ติดเชื้อเอดส์ไม่ให้เป็นอาจารย์ แต่ก็ต้องยกเลิกไป เนื่องจากมีกระแสการประท้วงหนักหน่วงจากนักสิทธิมนุษยชน
ถือว่ายังดีที่มีคนใส่ใจผู้ติดเชื้ออยู่อีกเยอะ







