
ยอดส่งออกจีนร่วงดีมานด์โลกอ่อนแอ
ยอดส่งออกแดนมังกรร่วง ทำเกินดุลการค้าฮวบ เหตุความต้องการยังอ่อนแอ
ยอดส่งออกแดนมังกรร่วง ทำเกินดุลการค้าฮวบ เหตุความต้องการยังอ่อนแอ
กรมศุลการกรจีนรายงานยอดส่งออกเดือน ก.ย. ที่ปรับตัวลดลง 0.3% จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ที่ 1.8564 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะปรับขึ้น 6% และยังเป็นการปรับลดแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่การนำเข้าในเดือน ก.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยตัวเลขครั้งนี้ทำให้ยอดเกินดุลการค้าจีนเดือน ก.ย. ลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 44.7% อยู่ที่ 1.52 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
รอยเตอร์สรายงานอ้างนักวิเคราะห์ ระบุว่า ยอดส่งออกที่อ่อนแอสะท้อนถึงความกังวลต่อความต้องการโลกที่ชะลอตัว ซึ่งอาจจะส่งผลต่อไปในอนาคตด้วย โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งได้รับผลมาจากนโยบายการเงินของสหรัฐที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น ที่ทำให้นักลงทุนถอนทุนออกจากชาติกำลังพัฒนา
นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุว่ายอดการส่งออกจีนมาประเทศในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ (อาเซียน) เดือน ก.ย. ลดต่ำสุดในรอบ 17 เดือน ซึ่งหลุยส์ คูจส์ นักเศรษฐศาสตร์ของอาร์บีเอสในฮ่องกง กล่าวว่า เงินทุนไหลออกจากภูมิภาคอาเซียนนั้นเกี่ยวข้องกับการคาดคะเนว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตร ซึ่งนับเป็นปัจจัยลบต่อความต้องการในภูมิภาค
“เมื่อมองไปในอนาคต ยอดส่งออกอาจอ่อนแอลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า” คูจส์ ระบุพร้อมเสริมว่า ความผันผวนด้านการเงินในหลายประเทศตลาด เกิดใหม่ได้ฉุดรั้งความต้องการของโลก
ด้านนักวิเคราะห์ของเอเอ็นแซด ระบุว่า วันหยุดราชการของจีนและค่าเงินหยวนที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อตัวเลขส่งออก ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนระบุว่า ตัวเลขส่งออกที่ลดลงนี้เป็นความพยายามของจีนที่ต้องการจะทำให้ตัวเลขส่งออกมีความเที่ยงตรงมากขึ้น หลังจากที่มีนักวิเคราะห์ระบุว่า ข้อมูลส่งออกก่อนหน้านี้สูงเกินความเป็นจริง
ขณะเดียวกัน แจ็ค ลิว รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้เรียกร้องให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนและการแทรกแซงของรัฐบาลในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้มีการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ (จี20) ที่จะปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามกลไกตลาด โดยได้บ่งชี้ไปที่การควบคุมค่าเงินหยวนของจีน







