
รบ.จับมือแดงศก.พุ่ง
รอยเตอร์ตั้ง4ข้อสมมติฐานชี้ทางออกที่ดีที่สุดคือการประนีประนอม2ฝ่ายแต่เกิดยากหากทำได้เศรษฐกิจไทยพุ่ง
รอยเตอร์ตั้ง4ข้อสมมติฐานชี้ทางออกที่ดีที่สุดคือการประนีประนอม2ฝ่ายแต่เกิดยากหากทำได้เศรษฐกิจไทยพุ่ง
สำนักข่าวรอยเตอร์ตั้ง4ข้อสมมติฐานสถานการณ์การเมืองไทยกับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ชี้หากรัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดงประนีประนอมกันได้จะเรียกความเชื่อมั่นของประเทศกลับคืน และเป็นทางออกที่ดีที่สุดแต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยาก
สมมติฐานแรก หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะลดลง ผู้ค้ารายย่อยอาจต้องปิดตัว ปัจจุบันมีลูกจ้างและพนักงานเดือดร้อนแล้ว 63,000 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้อาจลดลงเหลือ 14.5 ล้านคนจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15.5 ล้านคน
ส่วนการส่งออกจนถึงขณะนี้กระทรวงพาณิชย์เผยว่า ได้รับผลกระทบน้อย ด้านตลาดหลักทรัพย์ยังคงผันผวน เหตุรุนแรงจะทำให้ราคาลดลง ตามด้วยการช้อนซื้อเก็งกำไรเพราะราคาหลักทรัพย์ของไทยถือว่าถูกที่สุดแห่ง หนึ่งในเอเชีย ขณะที่ค่าเงินน่าจะสอดคล้องกับค่าเงินในเอเชียแต่อาจอ่อนค่าลงหากสถานการณ์ บานปลาย
สมมติฐานที่ 2 รัฐบาลผสมล่ม มีการเลือกตั้งใหม่ รอยเตอร์ระบุว่า การยุบสภาแต่เนิ่น ๆ จะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจเพราะจะเกิดเหตุวุ่นวายมากขึ้นเนื่องจากมีกลุ่มที่ รับไม่ได้หากได้รัฐบาลที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร การตั้งรัฐบาลใหม่ต้องใช้เวลาส่งผลให้การใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดความล่าช้า นักลงทุนต่างชาติซึ่งได้รับผลกระทบอยู่แล้วอาจถอนตัวไปลงทุนในประเทศอื่น กระทบต่อการส่งออกภาคยานยนต์และอิเลกทรอนิกส์ กระทบการค้าและยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด อีกทั้งทำให้เงินบาทอ่อนค่า
สมมติฐานที่ 3 เกิดการรัฐประหาร รอยเตอร์ชี้ว่า รัฐประหารไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และหากเกิดการนองเลือดจะยิ่งทำลายภาคธุรกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อย่างร้ายแรง กระทบการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อันดับเครดิตของประเทศจะถูกลดลง ราคาหลักทรัพย์และพันธบัตรจะลดลงฮวบฮาบดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเกิดการรัฐ ประหารปี 2549 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ลดลงใน 1 วันมากที่สุดในรอบ 31 ปี
สมมติฐานที่ 4 รัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงประนีประนอมกันได้ รอยเตอร์เห็นว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดแต่คงเกิดขึ้นยาก หากเกิดขึ้นจริงจะฟื้นความเชื่อมั่นกลับคืน ค่าเงินบาทและราคาหลักทรัพย์จะขยับสูงขึ้น เศรษฐกิจจะขยายตัวได้สูงสุดจากที่นักเศรษฐศาสตร์พยากรณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.8-6.







